40 คำคมเท่ๆ ฮาๆ ภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล

1. Be heroes of your own stories.

: จงเป็นฮีโร่ในเรื่องเล่าของตัวเอง

2. It’s never too late to start again.

: ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

3. To love it is no reason why love.

: ความรักมันไม่มีเหตุผลหรอกว่าทำไมถึงรัก

4. Do whatever makes you happiest.

: จงเลือกทำสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด

5. You only fail when you stop trying.

: คุณจะล้มเหลว ก็ต่อเมื่อเลิกล้มความพยายาม

6. Smile a little more, regret a little less.

: ยิ้มให้มากขึ้นอีกนิด เสียใจให้น้อยลงอีกหน่อย

7. We are all the bad in someone’s story.

: ทุกคนต่างก็เป็นตัวร้ายในเรื่องราวของใครบางคนทั้งนั้น

8. Do not give up just because it got hard.

: อย่ายอมพ่ายแพ้ เพิ่งเพราะเผชิญกับความยาก

9. Learn to be alone. Not everyone will stay.

: เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่เสมอไป

10. I need a six-month holiday, twice a year.

: ฉันต้องการวันหยุดพักผ่อนสัก 6 เดือน ปีละแค่ 2 ครั้งก็พอ

11. Success is a collection of problems solved.

: ความสำเร็จ คือ การเก็บสะสมปัญหาที่ได้รับแก้ไขแล้ว

12. You can’t live a full life on an empty stomach.

: คุณไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ในขณะที่ท้องว่างได้หรอก

13. You won’t find anyone who loves you that I do.

: คุณจะไม่เจอใครที่รักคุณอย่างที่ฉันรักได้อีกแล้ว

14. Don’t give up on your dreams. Keep sleeping.

: อย่าเพิ่งยอมแพ้ให้กับความฝัน จงนอนหลับต่อไป

15. Follow your heart, but take your brain with you.

: จงทำตามหัวใจของตัวเอง แต่ก็อย่าลืมพกสมองไปด้วย

16. When nothing is certain, everything is possible.

: ในเมื่อไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

17. People say I act like I don’t care. It’s not an act.

: มีคนหาว่าฉันแสร้งทำตัวเหมือนไม่สนใจอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วฉันไม่ได้เสแสร้งนะ

18. Still believe that there’s no sign for the last time.

: ยังเชื่อในคำว่าครั้งสุดท้ายไม่มีสัญญาณเตือน

19. I don’t know where I’m going, but I’m on my way.

: ฉันก็ไม่รู้ว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน แต่อย่างน้อยก็อยู่บนเส้นทางของตัวเอง

20. One day you will thank yourself for not giving up.

: วันหนึ่งคุณจะต้องขอบคุณตัวเอง ที่เป็นคนไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

21. The greatest gift you can give someone is a smile.

: ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่เราสามารถมอบให้คนอื่นได้คือ รอยยิ้ม

22. I am not lazy, I am just on my energy saving mode.

: ฉันไม่ได้ขี้เกียจ ฉันแค่อยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน

23. Friends buy you lunch. Best friends eat your lunch.

: เพื่อนทั่วไปจะซื้ออาหารมื้อเที่ยงเลี้ยงคุณ แต่เพื่อนสนิทจะเป็นคนกินอาหารมื้อนั้นของคุณ

24. You don’t have to like me; I’m not a Facebook status.

: คุณไม่ต้องถูกใจ (Like) ฉันก็ได้ เพราะฉันไม่ใช่สเตตัสบนเฟซบุ๊ก

25. Having the dream is easy, making it come true is hard.

: การมีความฝันเป็นเรื่องง่าย การทำให้ความฝันเป็นจริงเป็นเรื่องยาก

26. The best way to look younger, hang out with older people.

: วิธีที่จะทำให้ดูเด็กลง คือต้องออกไปเที่ยวกับผู้สูงอายุ

27. Everyone has a chance to love But not everyone will fulfill.

: ทุกคนมีโอกาสรัก​ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวัง

28. They say good things take time that’s why I’m always late.

: กว่าจะเจออะไรดีๆ ก็ต้องใช้เวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงมาสายเสมอ

29. It’s okay if you don’t like me. Not everyone has good taste.

: ก็ไม่เป็นไรนะ ถ้าคุณไม่ชอบฉัน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรสนิยมดี

30. Some beautiful paths can’t be discovered without getting lost.

: เส้นทางที่สวยงามคงไม่ถูกค้นพบ หากเราไม่เคยลองหลงทาง

31. Just saw the smartest person when I was in front of the mirror.

: เพิ่งได้เห็นคนฉลาดดูดี ก็ตอนที่ฉันมายืนส่องกระจกนี่แหละ

32. I wish I could read your mind to know what you really think of me.

: ฉันอยากที่จะอ่านใจเธอได้เพราะฉันอยากจะรู้ ว่าเธอคิดยังไงกับฉัน

33. I don’t care what people think of me. Mosquitos find me attractive. 

: ฉันไม่สนใจว่าคนอื่นๆ จะคิดกับฉันยังไง เพราะฉันดึงดูดพวกยุงเสมอ

34. You are never too old to set another goal or to dream a new dream.

: คุณไม่เคยแก่เกินไป สำหรับการตั้งเป้าหมายชีวิต หรือเริ่มต้นความฝันใหม่

35. Don’t worry if plan A fails. There are 25 more letters in the alphabet.

: อย่ากังวลไปเลย หากแผน A ล้มเหลว เพราะยังมีแผนอื่นๆ อีก 25 ตัวอักษร

36. You never know what you have until you have cleaned your house.

: คุณไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองมีอะไรบ้าง จะรู้ก็ต่อเมื่อได้ทำความสะอาดบ้านนั่นแหละ

37. I’m just a girl, standing in front of a salad, asking it to be a cupcake.

: ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่หน้าจานสลัด และอ้อนวอนขอกินคัพเค้กแทนผัก

38. He used to be happy and smile for us every day, but now he is not here.

: เขาเคยเป็นความสุขและรอยยิ้มให้เราในทุก ๆ วัน แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว

39. I never said that I was good. I’m just not bad with people who are good to me.

: เราไม่เคยบอกว่าเราดี เราแค่ไม่เหี้ยใส่คนที่ดีกับเรา

40. retrospective football results it’s like love triangle movie with both hopeful and disappointed

: ผลบอลย้อนหลังก็เปรียบเหมือนหนังรักสามเศร้า ที่มีทั้งสมหวังและไม่สมหวัง

คำคมภาษาอังกฤษ ที่ยกมาทั้ง 40 บทความนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากคำคมไหนโดนใจก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้เลย ไม่หวงกัน

รวมคำคม ให้กำลังใจในวันที่อ่อนแอ!!!!

รวมคำคม ให้กำลังใจในวันที่อ่อนแอ!!!!
รวมคำคม ให้กำลังใจในวันที่อ่อนแอ!!!!

เชื่อว่า ในวันที่คุณกำลังอ่อนแอ ท้อแท้ และสิ้นหวัง มองไปทางไหนก็ดูมีแต่อุปสรรคทั้งเรื่องการงาน การเรียน ความรัก เพื่อน ฯลฯ ซึ่งทำให้กำลังใจที่คุณมีนั้นลดลงได้ทั้งพลังกายและพลังใจ โดยวิธีการเพิ่มเติมกำลังใจให้คุณได้หัวใจพองฟูขึ้นมาได้อีกครั้งนั้น อาจเป็นการพักผ่อน การอานหนังสือดีดีสักเล่ม การได้พูดคุยกับคนรู้ใจ หรือเพียงแค่ได้ทานอาหารอร่อย ๆ สักมื้อ วันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีในการให้กำลังใจทั้งกับตัวเองและให้กำลังใจผู้อื่นมาแนะนำกันกับ 4 คำคมกำลังใจในวันที่อ่อนแอ !!!!

ไม่ต้องเป็นคน”เก่ง”ที่ชนะใคร แค่เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ชนะใจตัวเองก็พอ
แม้ว่าความเก่ง จะเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม
การไปสู่ความสำเร็จยังมีอีกหลายองค์ประกอบ ดังนั้น คุณจึงควรใช้ชีวิตอยู่กับความจริงและเสริมกำลังใจให้กับตัวเองด้วยการเอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน เข้าใจโลก เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเราอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เพราะเมื่อใจเรามีพลังที่ดีแล้ว ย่อมชนะกับอุปสรรคต่าง ๆ ได้ไม่ยาก

ชีวิตเราคงต้องเดินหน้า เพราะขนาดเวลายังเดินเลย
ความผิดหวัง หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นอาจทำให้คุณรู้สึกท้อแท้มาก แต่คุณต้องเข้าใจด้วยว่าทุกอย่างมันกำลังเดินไปข้างหน้า และไม่สามารถกลับไปย้อนเวลาได้ ดังนั้น คุณจึงควรใช่ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีสติ และนำบทเรียนในอดีตมาแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

แรกๆมันก็ยากแหละ แต่เชื่อเถอะเราต้องทำได้
ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ อาจเป็นการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ของหลายคน เช่น
เริ่มกิจการใหม่ เริ่มงานใหม่ เป็นต้น ซึ่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยอาจจะทำให้คุณรู้สึกท้อแท้และมีอุปสรรคมากมาย แต่หากเพียงคุณเชื่อมั่นใจความสามารถ เชื่อในตัวเอง นั่นคือ สิ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถทำมันได้สำเร็จ

ไม่มีใครที่จะชนะตลอดหรอก คนที่ไม่ถอดใจเท่านั้นจะได้พบชัยชนะที่แท้จริง
แน่นอนว่าทุกคนล้วนอยากเป็นผู้ชนะ แต่ก็ไม่สามารถที่จะเป็นเช่นนั้นได้ ระหว่างทางอาจต้องพบกับบททดสอบที่ท้าทายในหลากหลายรูปแบบที่อาจทำให้คุณหยุดกลางทาง ล้มเลิกก่อนจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจไม่ถอดใจเสียก่อน ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าเส้นชัยได้มากขึ้น

จากคำคมที่นำมาบอกต่อกันในวันนี้ จะเห็นว่าตัวเรานั้นเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ
ในการที่จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ดังนั้น ขอให้คุณเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของตนเองว่ามีมากพอที่จะข้ามผ่านปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ จนถึงวันที่คุณประสบความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิใจ

3 คำคมดี ๆ เพื่อการใช้ชีวิตและการทำงาน

3 คำคมดี ๆ เพื่อการใช้ชีวิตและการทำงาน
3 คำคมดี ๆ เพื่อการใช้ชีวิตและการทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน แน่นอนว่าย่อมมีปัญหาและอุปสรรคมาเป็นบทพิสูจน์ตลอดเวลา ทำให้หลายครั้งอาจรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวัง และสำหรับใครที่ต้องการกำลังใจดี ๆ ลองติดตามคำคมเหล่านี้ที่จะช่วยเยียวยาจิตใจสำหรับคนที่กำลัง​มีปัญหาชีวิตหรือมีปัญหาเรื่องงาน รับรองว่าจะได้พลังใจดี ๆ เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

1.กำลังใจจากไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับกำลังใจจากตัวเราเอง
เพราะกำลังใจคือแรงผลักดันสำคัญในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งแม้กำลังใจจากคนรอบข้างจะสำคัญเพียงใด แต่อย่าลืมว่ากำลังใจที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจจากตัวเอง อย่าคาดหวังกำลังใจจากคนรอบข้างมากนักเพราะหากวันหนึ่งไม่ได้รับกำลังใจจากคนเหล่านั้นขึ้นมา อย่างน้อยยังมีพลังใจจากตนเองเพื่อใช้เป็นแรงผลักดันให้เดินไปข้างหน้าต่อไปได้ เพราะฉะนั้นควรหมั่นให้กำลังใจตนเองเสมอ วิธีง่าย ๆ คือการคิดบวก เพื่อต่อสู้กับทุกปัญหาและทำทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ย้อนกลับมาเสียใจภายหลัง

2.ในขณะที่เราหยุด แต่คนอื่นกำลัง “แซงหน้า” เราไป
ข้อคิดดี ๆ ทั้งสำหรับการดำเนินชีวิตและการทำงาน แม้คนเราจะไม่ต้องเก่งทุกด้าน แต่การพัฒนาตนเองเสมอหรือการปฏิบัติตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วตลอดเวลา จะช่วยให้เราขวนขวาย เพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ ๆ ให้ตนเองเสมอ ยิ่งในยุคที่โลกเราพัฒนาไปไกลมากขึ้นทุกวัน ยิ่งทำให้ต้องเดินหน้าเรียนรู้สิ่งใหม่ โดยต้องคิดเสมอว่าทุกครั้งที่เราหยุด แต่คนอื่นกลับเดินหน้าเสมอ ทำให้เขา “แซงหน้า” เราไป หากมีจุดหมายหรือสิ่งที่ดีรออยู่ เขาก็จะได้ก่อนเรา​ เมื่อรู้แบบนี้แล้วจะยอมได้หรือ

3.คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย
เรียกได้ว่าเป็นคำคมที่ช่วยให้กำลังใจคนทำงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะใครที่อาจท้อใจเพราะทำงานผิดพลาด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อเกิดเรื่องผิดพลาดในที่ทำงาน หลายคนมักโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุความผิดพลาดนั้น ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือความจริงที่ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับต้น ๆ หรือผู้บริหารระดับสูงต่างเคยเจอเรื่องผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น นั่นเพราะว่าเราคือคนทำงาน แต่การไม่มีปัญหาเกิดขึ้นต่างหากถึงเป็นสิ่งสะท้อนว่าตัวคุณนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อแท้ แต่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก

ไม่ว่าจะเรื่องการดำเนินชีวิตหรือเรื่องการทำงาน เราทุกคนต่างมีโอกาสเจออุปสรรคหรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้รู้สึกสิ้นหวังท้อแท้ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพื่อการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องมีสติ เพราะนี่คือหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ที่สำคัญคือการให้กำลังใจตนเองเสมอ เพราะนี่คือกำลังใจยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะทำให้คุณก้าวผ่านทุกปัญหาได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สร้างคำคมให้โดนใจ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

สร้างคำคมให้โดนใจ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
สร้างคำคมให้โดนใจ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ในยุคปัจจุบัน โลกออนไลน์ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการค้าขายหรือการทำธุรกิจต่าง ๆ ค่อนข้างมาก ด้วยที่ว่าผู้คนสามารถที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงได้ง่าย ทั้ง facebook , Instagram เว็บไซต์ต่าง ๆ การที่จะทำให้สินค้าหรือบริการของเราเป็นที่สนใจของผู้คน นอกจากรูปภาพที่มีความสวยงามแล้ว ในส่วนของแคปชั่น คำคมก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้คนมีความชื่นชอบ กดเข้ามาดูรายละเอียดของสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ด้วย วันนี้เราจะพาไปดูวิธีการสร้างคำคมให้โดนใจ ไปรับชมประโยชน์ที่หลากหลายของคำคมที่มีมากกว่าคำฮิต ติดปาก

หลายคนคงสงสัยว่าคำคมนี้มีลักษณะอย่างไร จำเป็นต้องมีสัมผัสที่คล้องจองเหมือนกับกลอน ฉันท์ โคลงประเภทต่าง ๆ หรือไม่ ต้องบอกเลยว่าไม่จำเป็นเสมอไป คำคมไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว แต่ถ้าหากว่ามีสัมผัสคล้องจองภายในประโยคหรือต่างประโยคที่ต่อเนื่องกันก็จะช่วยให้ฟังรื่นหูมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าจำง่าย เวลาที่ไปอยู่ในแคปชั่น อยู่ในคำพูดในโฆษณาต่าง ๆ ก็จะทำให้คนคุ้นหูและกลายเป็นคำพูดฮิตติดปากได้อย่างไม่ยาก สำหรับสัมผัสในคำคมนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เป็นสัมผัสสระหรือสัมผัสอักษร เป็นสัมผัสนอกหรือสัมผัสใน โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการเพิ่มเติมได้

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้คำคมฮิตติดตลาดมากยิ่งขึ้นก็คือ เนื้อหาของคำคมจะต้องเข้าถึงความรู้สึกของผู้อ่านด้วย ยกตัวอย่างเช่น เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เข้ากับเทศกาล เข้ากับอารมณ์ความรู้สึก มุ่งเน้นในด้านความตลก ความเศร้าหรือด้านใดด้านหนึ่ง มีเนื้อหาที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผู้อ่านมาก ๆ ก็จะเพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมของโพสต์หรือวิดีโอนั้น ๆ มากขึ้น เช่น ถ้าเป็นโพสต์ที่อยู่ในเพจสินค้าต่าง ๆ ผู้คนก็จะมีการกดไลค์ คอมเม้น แชร์โพสต์นั้น ๆ เป็นต้น หรือถ้าหากเป็นวิดีโอ ก็จะทำให้ยอดวิวในการรับชมวิดีโอเพิ่มมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น เมื่อโพสต์นั้น ๆ อยู่ในความสนใจของผู้คนจำนวนมาก ก็จะเพิ่มโอกาสในการมองเห็นสินค้าและบริการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่าคำคมนั้นมีเทคนิควิธีในการสร้างได้ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ถ้าจะให้ออกมาปัง มีความน่าสนใจ อยู่ในกระแสโซเชียลแล้วล่ะก็ ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ทั้งเนื้อหา เหตุการณ์ปัจจุบัน ความรู้สึก ความสอดคล้อง จะต้องมีความโดดเด่นและเข้าไปแตะความรู้สึกของผู้อ่าน ผู้ฟังได้อย่างมาก ซึ่งถ้าหากว่าเรามีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เราก็สามารถสร้างคำคมให้ออกมาโดนใจได้เช่นกัน

เรียนรู้การสร้างคำคม ให้ออกมาโดนใจ ไม่เหมือนใคร

เรียนรู้การสร้างคำคม ให้ออกมาโดนใจ ไม่เหมือนใคร
เรียนรู้การสร้างคำคม ให้ออกมาโดนใจ ไม่เหมือนใคร

การเรียบเรียงภาษาให้เกิดความสวยงามไพเราะ น่าฟัง มีสัมผัส มีความคล้องจองกันในประโยคหนึ่งนั้น ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับบทสนทนานั้น ๆ คำคมที่ใช่ คำคมโดน ๆ ส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นหรือเคยได้ยินกันก็มักที่จะมีสัมผัสในประโยคนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะสัมผัสต่าง ๆ นั้นจะช่วยให้คำคมหรือรูปประโยคต่าง ๆ ติดหูมากยิ่งขึ้น คำคมเหล่านี้เราสามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งการนำไปตั้งเป็นแคปชั่นรูปภาพ การโปรโมทสินค้า การทำโฆษณา การเขียนหนังสือ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในส่วนแรกของการสร้างคำคมให้ออกมาโดนใจคือการนำเรื่องราวที่ใกล้ตัว เข้าถึงง่าย อย่างเรื่องความรัก การงาน การกิน เป็นต้น ด้วยที่ว่าผู้อ่านจะสามารถเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนคำคมก็สามารถที่จะเข้าไปแตะความรู้สึกของผู้อ่านได้ง่ายมากขึ้นด้วย

อย่างที่สองที่ขาดไม่ได้ก็คือการสร้างโทนอารมณ์ของเนื้อหานั้น ๆ เช่น ต้องการให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกตลก มีความจี้เส้น รู้สึกมีความสุข ลักษณะของคำที่นำมาใช้ในการสร้างผลงานคำคมก็จะต้องมีความสดใส เป็นคำพูดที่ให้พลังบวก เมื่ออ่านแล้วเกิดความรู้สึกที่ดี คือต้องหลีกเลี่ยงคำต่าง ๆ ที่เป็นคำพูดพลังงานลบ ไม่ควรที่จะให้มีอยู่ในคำคมเลย เพื่อที่ว่าผู้อ่านจะได้รับรู้ถึงเนื้อหาและข้อความนั้น ๆ อย่างเต็มที่ในแนวทางที่เราต้องการ

ส่วนที่สามคือการกำหนดคีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญมาจำนวน 1 และ 2 คีย์เวิร์ด เพื่อให้เราสามารถที่จะคิดคำคมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เสมือนเป็นการคิดคำเพื่อเติมคำในช่องว่าง โดยที่ให้รูปประโยคนั้น ๆ ออกมาสละสลวย มีความลื่นไหล เป็นไปตามเป้าหมายที่เราต้องการจะสื่อ ซึ่งทว่าหากเราต้องการเติมลูกเล่นให้กับคำคมให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นก็คือการใช้คีย์เวิร์ดที่ติดปากกลุ่มเป้าหมาย ๆ โดยถ้าเรามองว่าจะสร้างคำคมให้ไปใช้กันในกลุ่มวัยรุ่น ก็ควรที่จะเลือกคำที่อยู่ในกระแส เป็นที่สนใจสำหรับช่วงวัยนั้น ๆ ก็จะทำให้มีการนำคำคมต่าง ๆ ไปใช้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

จากข้อมูล วิธีการในการสร้างคำคมข้างต้นนั้น เป็นเพียงวิธีการส่วนหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างคำคมได้จริง ทั้งผู้เขียนและผู้รับสารสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่ต้องการสื่อได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามคำคมบางประโยคนั้นอาจจะฮิตติดปากเพียงแค่ชั่วคราว เนื่องด้วยกระแสความนิยมที่มาเร็วไปเร็ว แต่สำหรับคำคมที่โดนใจผู้อ่านอย่างแท้จริงจะอยู่ไปได้นานเป็นสิบเป็นร้อยปี ด้วยความหมายที่กินใจลึกซึ้ง การวางรูปประโยค และวางสัมผัสที่สวยงามในแบบฉบับของผู้เขียน

คำคมจากหนังภาษาอังกฤษที่ให้กำลังใจ

คำคมจากหนังภาษาอังกฤษที่ให้กำลังใจ
คำคมจากหนังภาษาอังกฤษที่ให้กำลังใจ

บ่อยครั้งที่เราชมหนังภาพยนตร์ต่างประเทศ แล้วมักจะได้คำคมแง่คิดดี ๆ กลับมาเป็นคติเตือนใจและให้กำลังใจแก่ตัวเอง ในบทความนี้ เราจึงนำคำคมภาษาอังกฤษจากหนังมาแปลเป็นภาษาไทย ให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น ดังนี้

1.คำคมจากหนังเรื่อง Star Wars
“ไม่มีคำว่าลอง มีแต่ถามว่าทำกับไม่ทำ” เป็นคำกล่าวของโยดา จากหนังเรื่อง Star Wars ที่นอกจากตัวละครในเรื่องจะมีกำลังใจและมุ่งมั่นในการตัดสินใจทำบางอย่างมากขึ้นแล้ว ผู้ชมก็ยังได้รับแนวคิดที่เป็นประโยชน์ คือ การตั้งใจทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตให้เกิดผลขึ้นมาอย่างเต็มที่ 100% ไม่ทำแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ

2.คำคมจากหนังเรื่องไลอ้อนคิง
“เรื่องในอดีตอาจทำร้ายคุณได้ แต่คุณต้องเลือกว่าจะวิ่งหนีอดีตนั้น หรือจะเรียนรู้จากมัน” เป็นคำกล่าวจากตัวลิงผู้รอบรู้คุยกับสิงโตพระเอกของเรื่องที่กำลังรู้สึกเศร้าใจท้อแท้กับเรื่องราวในอดีต ได้เกิดแรงฮึดสู้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เมื่อได้คิดทบทวนว่าจะยอมแพ้กับความเจ็บปวดที่ผ่านมา หรือจะเรียนรู้และเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้น

3.คำคมจากหนังเรื่อง what a girl wants
“ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่น ในเมื่อคุณมีความแตกต่าง” เป็นคำคมจากภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น แม้คุณจะไม่เหมือนใคร ก็อาจมีความเก่งเฉพาะตัวในบางเรื่อง แม้ในวันนี้จะยังไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นชื่นชมยอมรับ แต่ขอให้คุณภูมิใจในตัวเองและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

4.คำคมจากหนังเรื่อง Spider Man
เป็นคำกล่าวของ Green goblin ที่พูดว่า “เราจะเป็นในสิ่งที่เราเลือก” หมายความว่า เราทุกคนมีโอกาสที่จะเลือกโชคชะตาและอนาคตของตัวเราเองได้เสมอ หลายคนเชื่อเรื่องโชคชะตาดวงดาว หรือเวรกรรมในอดีต แต่เราก็ควรเชื่อมั่นในตัวเองว่า นับจากนี้ไป ถ้าเราเลือกที่จะเป็นคนที่ดีขึ้น หรือต้องการพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีกว่าเดิม เพื่อพบกับอนาคตใหม่ที่ดีกว่า เราจะเป็นผู้ลิขิตชีวิตตัวเราเองได้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป

5.คำคมจากหนังเรื่อง Empire Records
ในเรื่องนี้ตัวละครกล่าวว่า “เขาไม่รู้สึกเสียเวลาหรือเสียดายกับสิ่งที่ทำลงไป แต่เขาจะเสียใจมากกว่าหากไม่ได้ทำมัน” คำคมนี้บอกให้เรากล้าที่จะตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่าง และกล้าที่จะยอมรับผล ไม่ว่าจะดีหรือร้ายจากมัน ดีกว่ากล้า ๆ กลัว ๆ แล้วในที่สุดก็ไม่ได้ทำในสิ่งนั้น ๆ

การชมภาพยนตร์ นอกจากให้ความบันเทิงแล้ว ยังได้แง่คิดดี ๆ จากคำพูดของตัวละครได้ หากนำมาปรับใช้ในชีวิตและทัศนคติต่าง ๆ อาจช่วยให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

ขงจื้อกับพระอาทิตย์ คำคมสอนใจคนดื้อรั้น

ขงจื้อกับพระอาทิตย์ คำคมสอนใจคนดื้อรั้น
ขงจื้อกับพระอาทิตย์ คำคมสอนใจคนดื้อรั้น

ปัจจุบัน สังคมของคนเราเข้าสู่ยุคดิจิตอลและสื่อออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าใครก็สามารถค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการรู้ได้จากอินเทอร์เน็ต แต่ถึงอย่างนั้น สังคมของเราก็ยังเต็มไปด้วยคนที่มักเอาความคิดและมุมมองของตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่ยอมเปิดรับความคิดหรือมุมมองที่แตกต่างของคนอื่น หรือแม้แต่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองก็ไม่ทำ จนทำให้การทำงานร่วมกับคนอื่นเกิดปัญหา

ดังนั้น วันนี้เราจึงมีนิทานสอนใจเรื่อง “ขงจื้อกับพระอาทิตย์” ซึ่งมีคำคมดี ๆ มาฝาก เป็นข้อคิดสอนใจคนดื้อรั้นที่ไม่ฟังคนอื่น

เมื่อครั้งประเทศจีนยังคงแบ่งออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน “ขงจื้อ” นักปราชญ์ถูกยกย่องว่ามีความรู้และมีชื่อเสียงอย่างมากในยุคนนั้นได้ออกเดินทางท่องเที่ยวสอนหนังสือไปตามแคว้นต่าง ๆ จนวันหนึ่งรถม้าของขงจื้อได้วิ่งผ่านถนนที่มีเด็ก 2 คนกำลังโต้เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ขงจื้อจึงเดินลงจากรถแล้วถามเด็กน้อยทั้งสองคนว่า “พวกเจ้ากำลังโต้เถียงเรื่องอะไรกัน?”

เด็กน้อยคนหนึ่งจึงตอบว่า “ท่านลุง ท่านคือใคร ท่านเป็นผู้ใหญ่ จะต้องมีความรู้มากกว่าเด็กอย่างพวกเราแน่ ๆ เช่นนั้นขอเชิญให้ท่านช่วยตัดสินให้พวกเราด้วย”

ขงจื้อจึงตอบว่า “ข้าคือขงจื้อจากแคว้นหลู่ เชิญพวกเจ้า บอกปัญหามาเถิด”

เด็กสองคนได้ยินว่ากำลังสนทนาอยู่กับปราชญ์ใหญ่ก็ดีใจมากพร้อมกับกล่าวว่า “ที่แท้ท่านคือ ขงจื้อ เช่นนั้นท่านต้องตัดสินปัญหาให้เราได้แน่นอน เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าท่านนั้นฉลาดที่สุดในโลก”

หลังจากนั้น เด็กทั้งสองคนจึงเล่าต้นสายปลายเหตุว่า ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันเรื่องพระอาทิตย์ว่าระหว่างตอนเช้ากับตอนเที่ยง เวลาไหนพระอาทิตย์อยู่ใกล้แผ่นดินมากกว่ากัน เด็กคนแรกสันนิษฐานว่า ตอนเช้าพระอาทิตย์อยู่ใกล้แผ่นดินมากกว่า เพราะพระอาทิตย์ยามเช้านั้นดวงใหญ่พอ ๆ กับล้อรถ แต่พอตอนกลางวันกลับหดเล็กลงเหลือขนาดเท่าชามข้าว ส่วนเด็กอีกคนสันนิษฐานว่า ตอนเช้าพระอาทิตย์ไม่ร้อน แต่พอตอนกลางวันกลับแผ่ความร้อนจนคนเหงื่อท่วม แปลว่า ตอนเช้าพระอาทิตย์อยู่ห่างแผ่นดิน ตอนกลางวันพระอาทิตย์อยู่ใกล้แผ่นดินต่างหาก

ขงจื้อได้ฟังความเห็นของเด็กทั้งสองแล้วก็เกิดความลำบากที่จะให้คำตอบ จึงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบว่า “ข้าไม่อาจตัดสินได้ว่าความเห็นข้อไหนถูก เพราะข้าก็ยังไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน”

เด็กสองคนได้ฟังคำตอบก็ต่างกล่าวว่า “แม้แต่ท่านขงจื้อผู้ยิ่งใหญ่ยังจนปัญญา แล้วเด็กอย่างพวกเราจะมีความรู้สักเท่าไหร่กันเชียว แต่กลับยืนกรานหัวชนฝาว่าความคิดของตัวเองถูกอยู่ฝ่ายเดียว ช่างโง่เขลาเสียจริง ๆ ”

นับตั้งแต่นั้น วลีว่า “ขงจื้อกับพระอาทิตย์” ได้กลายเป็นคำคมสอนใจของชาวจีนมาตลอด 2 พันกว่าปี โดยใช้เปรียบเปรยกับเหล่าคนดื้อด้าน ใจคอคับแคบ ไม่ยอมรับฟังความเห็นหรือมุมมองที่แตกต่างจากคนอื่น เปรียบเหมือนเด็กน้อยทั้งสองคนที่มีความรู้เพียงแค่น้อยนิด แต่กลับเชื่อมั่นในความเห็นของตัวเอง เถียงกันจนหน้าดำคร่ำเครียด ขณะที่ขงจื้อแม้ได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์ใหญ่ แต่กลับยินดีรับฟังความเห็นของเด็กทั้งสอง และไม่ตัดสินว่าความคิดของใครถูกหรือผิด เพราะตัวเองไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เช่นกัน

ดังนั้น เราทุกคนควรเปิดใจให้กว้าง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคที่การค้นหาความรู้ทำได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้ว ก็ยิ่งต้องเปิดใจรับความคิดใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่ใช่มีแต่ความคิดคับแคบเหมือนกบในกะลานั่นเอง

ประโยชน์ของคำคมสร้างแรงบันดาลใจและความสำเร็จได้อย่างไร

ประโยชน์ของคำคมสร้างแรงบันดาลใจและความสำเร็จได้อย่างไร
ประโยชน์ของคำคมสร้างแรงบันดาลใจและความสำเร็จได้อย่างไร

คำพูดจากคนดังสร้างแรงบันดาลใจกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และมุมมองใหม่ ๆ กล้าเริ่มต้นทำสิ่งใหม่อย่างที่มาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณบินไม่ได้ก็วิ่ง ถ้าวิ่งไม่ได้ก็เดิน ถ้าคุณเดินไม่ได้ก็คลาน แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องก้าวต่อไป” สามารถปลุกกำลังใจกลายเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า มาดูกันว่าคำพูดสร้างแรงบันดาลใจมีประโยชน์อย่างไร

1.คำคมมักจะเป็นคำพูดสั้น ๆ จดจำง่ายช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และมองเห็นมุมมองใหม่ที่แตกต่างหรือสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่ดีกว่า คำพูดและคำสอนจากคนฉลาดแตกต่างจากคำพูดธรรมดา เมื่อนำไปใช้ในชีวิตย่อมมีประโยชน์เสมอ ขงจื้อกล่าวไว้ว่า “ควรศึกษาอดีต หากต้องการสร้างอนาคต” หมายถึงการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนสำคัญที่จะสร้างอนาคตให้ดี

2.คำคมโดยทั่วไปเป็นคำแนะนำตักเตือนให้คนเราทำเรื่องดี คิดสิ่งดี ๆ มีความมุ่งมั่น จิตใจดีมีเมตตาจนเป็นนิสัย คำพูดที่ปลุกใจให้ทำสิ่งที่ดีและมีความเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นทำให้เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง ดังเช่นถ้อยคำของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษ กล่าวว่า “ความเมตตากรุณาเป็นเกียรติที่แท้จริงของขุนนาง” หมายถึงผู้นำควรปกครองด้วยจิตใจที่มีเมตตา

3.คำคมช่วยให้ปัญหาและอุปสรรคมากมายที่พบเจอในชีวิตคลี่คลายไปในทางที่ดี ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม หากติดขัดกับอุปสรรคใด ๆ ถ้าได้อ่านคำคมแล้วมักจะช่วยกระตุ้นให้พยายามและทำตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เช่น “ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ จนกว่าจะทำได้สำเร็จ” เป็นหนึ่งในวลีสร้างแรงบันดาลใจที่มีชื่อเสียงและคนจดจำได้มากที่สุดของ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) อดีตประธานาธิบดีประเทศแอฟริกาใต้

4.บางครั้งการสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจประเด็นสำคัญเป็นเรื่องยาก เลือกใช้คำคมสั้น ๆ ถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจได้เหมาะสมและเข้าใจง่ายด้วย คำพูดง่าย ๆ เช่น “คุณเก่งขึ้นได้เสมอ” ของไทเกอร์ วู้ดส์ (Tiger Woods) นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก เป็นคำสั้น ๆ ที่มีใจความกว้าง สามารถใช้ได้ทุกกรณี เตือนให้ระลึกไว้เสมอว่า คนเราสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีขึ้นได้ตลอดเวลา

5.คำพูดบางคำอาจมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด หลังจากที่อ่านแล้วลองค้นหาความหมายที่แตกต่างออกไป พยายามทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงจะช่วยให้เห็นความจริงที่อาจมองข้ามไป เช่น คำพูดของไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) นักกีฬายอดเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก กล่าวไว้ว่า “ผมล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดชีวิต นั่นคือเหตุผลที่ผมประสบความสำเร็จ“ หมายถึงความพยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีขึ้นตลอดเวลา ความพ่ายแพ้จึงไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป

6.หากสนใจคำพูดดี ๆ แนะนำให้เลือกคำคมโดนใจจดบันทึกไว้ในมือถือหรือในสถานที่ที่เห็นได้ชัดเจนเพื่อให้อ่านซ้ำได้ง่าย สามารถหยิบยกมาใช้ได้ตลอดเวลา เช่น คำพูดของจอห์น อาร์ วู้ดเดน (John R. Wooden) ที่ว่า ”อย่าปล่อยให้สิ่งที่ทำไม่ได้มาเป็นอุปสรรครบกวนสิ่งที่ทำได้” และ “สิ่งที่ดีที่สุดเกิดขึ้นกับคนที่ลงมือทำให้ดีที่สุด” เป็นวลีที่กระตุ้นให้พยายามทำทุกอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การทำสิ่งที่ปรารถนาให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การออมเงิน อาจเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับใครหลายคน ดังนั้น ต้องมองหาคำคมสร้างแรงบันดาลใจช่วยกระตุ้นให้ทำสำเร็จ “เริ่มต้นวันนี้ ลงมือทำทันที”

คำคม “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” อ่านสามก๊กแล้วมองชีวิตจริง

คำคม “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” อ่านสามก๊กแล้วมองชีวิตจริง
คำคม “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” อ่านสามก๊กแล้วมองชีวิตจริง

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินคำคมจากสำนวนจีนที่ว่า “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” ผ่านหูผ่านตามาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะใครที่ชอบดูหนังจีนหรือซีรีส์จีนแนวย้อนยุคก็น่าจะต้องได้ยินจนชินเลยก็ว่าได้ แต่รู้หรือไม่รู้ว่าสำนวนดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และสามารถประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้อย่างไร ในเมื่อสมัยนี้เขาไม่ได้รบกันด้วยดาบหรือธนูอีกต่อไปแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ก่อนจะไปมองชีวิตในยุคปัจจุบัน เราลองมาดูที่มาของสำนวนนี้กันหน่อย โดยสำนวนนี้มีที่มาจาก “สามก๊ก” ตอนที่ “เล่าปี่” ออกแสวงหากุนซือที่จะมาช่วยวางแผนคิดกลศึกเพื่อต่อกรกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “โจโฉ” จนไปได้ตัว “ขงเบ้ง” กุนซือผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้นหูกันดีมาร่วมงานด้วย แต่ด้วยความที่ขงเบ้งยังหนุ่มแน่นอายุแค่ 27-28 ปี เท่านั้น ก็เลยทำให้น้องรักของเล่าปี่อย่าง “กวนอู” กับ “เตียวหุย” ไม่เชื่อมือเท่าไหร่ แถมยังคอยกวนโอ้ย ไม่ให้ความเคารพขงเบ้งอีกต่างหาก จนกระทั่งโจโฉส่งกองทัพมาตีเล่าปี่ ก็ได้ขงเบ้งคอยวางแผนคิดกลศึกจนช่วยให้เล่าปี่เอาชนะกองทัพโจโฉได้โดยที่ตัวขงเบ้งยังนั่งกระดิกเท้าชิล ๆ อยู่ในกระโจม ไม่ได้ออกรบเองเลยแม้แต่น้อย ทำให้กวนอูกับเตียวหุยยอมซูฮกขงเบ้งด้วยใจจริงนับตั้งแต่นั้น จนแม้แต่เล่าปี่ยังยกย่องกุนซือหนุ่มไฟแรงผู้นี้ว่า “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” นั่นเอง

ดังนั้น คำคมหรือสำนวนนี้จึงเปรียบถึงคนที่มีความรู้ความสามารถที่คอยทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง คอยวางแผน คิดนโยบาย เพื่อให้ลูกน้องหรือคนที่มีหน้าที่ลุยภาคสนามรับไปปฏิบัติอีกทีหนึ่ง ดูเผิน ๆ แล้วบางคนคิดว่าเป็นงานที่สบาย นั่งอยู่ห้องแอร์รอเข้าประชุม แถมยังมีหน้ามีตาในสังคมอีกด้วย แต่ความจริงแล้ว คนที่จะรับหน้าที่นี้ได้ต้องมีความรู้ความสามารถในงานนั้น ๆ อย่างท่องแท้ สามารถนำทฤษฎีที่ร่ำเรียนมาเพื่อพลิกแพลงใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มีความละเอียดรอบคอบในการสั่งงานลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน และต้องมีความรับผิดชอบสูงไม่ต่างจากคนที่ทำงานด้านปฏิบัติ เพราะเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงแทบทั้งหมด หากเกิดความผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามแผนก็มักจะต้องรับผิดไปคนเดียวเต็ม ๆ

ฉะนั้น หากคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นคนมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้วล่ะก็ ขอให้ดูขงเบ้งเป็นตัวอย่าง สมัยที่ยังไม่ได้มารับราชการกับเล่าปี่ เขาก็ไม่ได้นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านไปวัน ๆ แต่หมั่นศึกษาหาความรู้ ขัดเกลาทักษะด้านต่าง ๆ ของตัวเองจนเชี่ยวชาญ เมื่อได้มารับราชการกับเล่าปี่ จึงสามารถใช้วิชาการความรู้ที่ร่ำเรียนมาช่วยให้องค์กรของเจ้านายประสบความสำเร็จจนถูกยกย่องว่าเป็นผู้ “วางแผนในกระโจมชนะไกลพันลี้” นั่นเอง

รวมเพจคำคมความรักมาแรง น่าติดตาม ปี 2020

รวมเพจคำคมความรักมาแรง น่าติดตาม ปี 2020
รวมเพจคำคมความรักมาแรง น่าติดตาม ปี 2020

Facebook เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่คนไทยนิยมใช้กันมาก โดยจากการสำรวจพบว่าคนไทยมีบัญชี Facebook ที่เข้าถึงได้กว่า 47 ล้านคน โดยสัดส่วนการใช้งานเท่า ๆ กันระหว่างชายหญิง และส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด เป็นการล็อกอินผ่านช่องทางมือถือ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Facebook ได้กลายเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนหันมาสร้างเพจเพื่อสื่อสารกับผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะเพจให้กำลังใจด้านความรักที่ขยันคิดขยันโพสต์คำคมเอาใจทั้งคนอินเลิฟและคนที่กำลังมีปัญหาเรื่องความรักกันเกือบทุกวัน แต่ใน ปี 2020 เพจคำคมความรักเพจไหนกำลังมาแรงและน่าติดตามบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

1.Club Friday Fanpage
ถ้าพูดถึงที่ปรึกษาด้านความรักอันดับหนึ่งของประเทศ เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึงพี่อ้อยพี่ฉอด ดีเจชื่อดังจากรายกาย Club Friday จากคลื่น Green Wave 106.5 ที่คอยอยู่เคียงข้างให้คำปรึกษากับคนมีปัญหาด้านความรักผ่านช่องทางวิทยุมายาวนานกว่า 15 ปี เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขณะนี้เพจ Club Friday Fanpage จะมีผู้ติดตามจำนวนมากกว่า 1.6 ล้านคน โดยโพสต์ส่วนใหญ่จะเน้นที่ข้อคิดเรื่องความรักสั้น ๆ จาก 2 ดีเจ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับรายการ Club Friday

2.cuttO
หากคุณเป็นคนที่ชอบเพลงไทยสไตล์ฟังสบายต้องรู้จักคัตโตะ วงลิปตา นักร้องหนุ่มมากความสามารถที่ไม่ได้มีดีแค่ร้องเพลงเล่นดนตรีได้เท่านั้น แต่ยังเป็นพิธีกรในช่อง YouTube ที่ทำร่วมกับเพื่อนสนิท และเจ้าของเพจ cuttO ที่ขณะนี้มีผู้ติดตามกว่า 2,515,401 คนอีกด้วย สำหรับโพสต์ส่วนใหญ่ของเพจจะอยู่ในรูปแบบของประโยคสั้น ๆ แต่บาดลึกเข้าไปในใจของคนอ่อนไหวง่าย นอกจากนั้นยังเป็นช่องทางที่หนุ่มคัตโตะใช้ช่องทางนี้สื่อสารกับแฟนคลับ ความเคลื่อนไหว และเผยแพร่ผลงานของตัวเองด้วย

3.Youngsoad – ยังโสด
ปิดท้ายกันด้วยเพจ Youngsoad – ยังโสด ที่แค่ได้ยินชื่อแล้วสาวโสดหนุ่มโสดก็รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อน จนตอนนี้มีลูกเพจติดตามสูงถึง 1.7 ล้านคน ทั้ง ๆ เจ้าของเพจไม่ได้เป็นเซเลปคนดัง แต่เพราะคำคมความรักแนวฮาและคอนเทนต์ที่สามารถแชร์ในโลกโซเซียลได้อีกด้วย อย่าง ‘ไม่ได้โปรโมท แต่ยังโสดอยู่ในโหมด อยากมีแฟน’ หรือ ‘จะบอกว่ายังโสดจริง ๆ อันนี้ยอมรับ ลอยกระทงยังว่างนะงับ สนใจรับไปเป็นแฟนมั้ย’ อีกทั้งยังมีกิจกรรมร่วมสนุกให้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทำนายดวงตามราศี คำถามคนโสด หรือแชร์ไอเดียสำหรับคนโสด ทำให้ลูกเพจทั้งที่ยังโสดและไม่โสด รู้สึกสนุกกับชีวิตมากขึ้น

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 3 เพจคำคมความรักมาแรง น่าติดตาม ปี 2020 ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องความรักก็อย่าลืมไปกดติดตาม กดไลค์โพสต์จากทั้ง 3 เพจ ไม่แน่ว่าคุณอาจได้วิธีแก้ปัญหาและมุมมองใหม่ ๆ ก็ได้