ประโยชน์จากการอ่านหนังสือคำคม

การอ่านบทความหรือหนังสือคำคม นอกจากจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันช่องทางในการอ่านมีทั้งแบบออนไลน์ เป็นแบบ E-Book และหนังสือเป็นรูปเล่ม ที่มีความสั้นความยาวของบทความแตกต่างกัน

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อดีจากการอ่านหนังสือคำคมเอาไว้ เพื่อให้ทุกท่านเห็นประโยชน์จากการอ่านคำคมมากขึ้น ดังนี้

1. ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำสิ่งดี ๆ เพื่อคนอื่นมากขึ้น เพราะหนังสือคำคมส่วนใหญ่จะแทรกแนวความคิดด้านจิตอาสาหรือจิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ การอ่านหนังสือคำคมบ่อย ๆ จะเท่ากับคุณได้ปลูกฝังความคิดที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อผู้อื่นมากขึ้น

2. ช่วยให้มองโลกในแง่ดี เพราะหนังสือคำคมที่เขียนโดยคนดัง ทั้งพิธีกร นักแสดง ตลอดจนนักธุรกิจ ทั้งในไทยและต่างประเทศ มักบอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริงอันเลวร้ายอย่างที่ไม่มีใครเคยคาดได้มาก่อน การอ่านเรื่องราวแทรกคำคม เช่น ฟ้าหลังฝน หนทางหมื่นลี้มาจากการเดินก้าวแรก ฯลฯ จะช่วยให้คุณมีความหวังในชีวิต และมองโลกในแง่ดีและสู้กับปัญหาด้วยความอดทนมากยิ่งขึ้น

3. ช่วยให้คุณได้ฝึกทักษะด้านภาษา ที่จำเป็นในการเป็นนักเขียนในอนาคต ซึ่งเป็นช่องทางหารายได้ยุคใหม่ที่มีผู้สนใจทำเป็นอาชีพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเขียนบทความแนว SEO เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าในเว็บไซต์ออนไลน์ หรือบทความทางวิชาการ ก็ต้องเสริมสร้างทักษะการอ่านและเขียนจากหนังสือหลากหลายรูปแบบอย่างสม่ำเสมอ การอ่านหนังสือคำคมนอกจากช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และทำให้ได้ฝึกฝนด้านภาษาในเวลาเดียวกันด้วยประโยชน์จากการอ่านคำคม

4. ช่วยให้ลดความฟุ้งซ่านได้ เนื่องจากการอ่านหนังสือจะทำให้มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าได้ดียิ่งขึ้นลดความคิดฟุ้งซ่านหรือวิตกกังวล รวมถึงฟื้นฟูกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเศร้าหรือผิดหวัง ให้กลับมาอยู่กับสิ่งที่ต้องทำตรงหน้า เช่น การเรียน การงาน ได้เร็วขึ้น

5. มอบให้เป็นของขวัญ สำหรับให้กำลังใจคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เก็บได้นาน และสามารถหยิบอ่านได้บ่อย ๆ ทำให้ได้แง่คิดและทำให้ระลึกถึงผู้มอบให้อยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไป การอ่านหนังสือคำคมในแต่ละช่วงวัยก็ให้ประโยชน์ได้เสมอ เพราะคนเรามีการเติบโตทางความคิดตามประสบการณ์

เราหวังว่าบทความนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านเห็นประโยชน์ของการอ่านหนังสือหรือบทความคำคม และนำสิ่งที่ได้จากการอ่านมาปฏิบัติเพื่อสร้างคุณภาพที่ดีให้ชีวิตมากขึ้น

คำคมจากคนดังเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิต

คำคมจากคนดังเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิต

ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนใหญ่มักสร้างแรงจูงใจจากการศึกษาแนวคิดหรือคำคมของนักปราชญ์ คนดัง นักธุรกิจหรือผู้ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อช่วยให้มีความพยายามฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อก้าวสู่จุดที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมคำคมที่น่าสนใจเหมาะสำหรับทุกคน เพื่อช่วยสร้างกำลังใจ ให้มีความอดทนและมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษา ทำงาน ทำกิจการ ธุรกิจ ฯลฯ ให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

คำคมที่ 1 Eleanor Roosevelt กล่าวไว้ว่า “อนาคตที่ดีจะเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเอง” สิ่งที่ทุกคนควรจะมี เพื่อเป็นพื้นฐานในการก้าวสู่ความสำเร็จ คือ ความเชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง เพราะหากเราไม่มีความเชื่อมั่นแล้ว เมื่อมีคนมาทักท้วง ตำหนิหรือวิจารณ์สิ่งที่ทำ เราก็จะเกิดความเสียกำลังใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้ล้มเลิกการเดินตามความฝันของตัวเองในที่สุด ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ จึงเริ่มจากการรู้ความต้องการของตัวเอง มีความใฝ่ฝันเป็นเป้าหมายและพยายามที่จะฟันฝ่าอุปสรรคให้ไปถึงสิ่งที่ต้องการให้ได้

คำคมที่ 2 ดร.ซุนยัดเซ็น กล่าวไว้ว่า “ถ้าเชื่อว่าทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายภูเขาทะเล ก็เป็นจริงได้ แต่ถ้าไม่มีความเชื่อว่าจะทำได้แล้ว แม้เรื่องง่าย ๆ แค่พลิกฝ่ามือ ก็ไม่มีทางทำได้สำเร็จ” เรียกว่าเป็นคำคมที่สอดคล้องเข้ากับข้อแรก คือ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ว่าเรื่องที่คิดจะทำนั้น อาจเป็นเรื่องยากหรือเป็นไปไม่ได้ในสายตาผู้อื่น แต่ตัวเองจะต้องมีความเชื่อมั่นและก็ศึกษาหาความรู้แสวงหาช่องทางที่จะมุ่งสู่เป้าหมายนั้นให้สำเร็จจนได้ และที่สำคัญคือต้องไม่สูญเสียกำลังใจเมื่อมีอุปสรรคหรือหรือสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

คำคมที่ 3 นักปราชญ์จีน เล่าจื๊อ ได้กล่าวไว้ว่า “หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ” นับว่าเป็นคำคมที่เราได้ยินกันมานาน แสดงถึงความสำคัญของการลงมือทำ เพราะหากมีความคิดหรือวางแผนอยู่ในใจ แต่ไม่เริ่มลงมือปฏิบัติ ก็จะไม่มีทางเห็นผลใด ๆ ทั้งยังทำให้เกิดจินตนาการเพ้อฝันแบบที่ไม่มีวันเป็นจริงด้วย ผู้ที่ประสบความสำเร็จเมื่อคิดแล้วก็จะลงมือทำทันที

นักปราชญ์จีน เล่าจื๊อ

ผู้ประสบความสำเร็จมักให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เข้าใกล้สู่เป้าหมายหรือความฝันที่ต้องการ แม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ก็ไม่ละทิ้งความพยายาม หากทำตามคำคมที่ยกตัวอย่างมาได้ คุณก็จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

คำคมสร้างกำลังใจ จากรายการอายุน้อยร้อยล้าน

” ความสำเร็จมักจะมาพร้อมกับคำว่าลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จมักจะคิดนำผู้อื่นเสมอ พวกเขาอาจทำพลาดบ้าง แต่ไม่เคยถอย “

Cr. Conrad Hilton : นักธุรกิจชาวอเมริกัน และผู้ก่อตั้งโรงแรมฮิลตัน

” ผู้ที่ใช้พลัง และจินตนาการ หาทางเพิ่มค่าเงินของลูกค้าในสินค้าของตนเอง มีแต่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจของเขา…. “

Cr. Henry Ford : เจ้าของและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมรถยนต์ ชาวอเมริกัน

” ถ้าคุณไม่ได้มีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน อย่าลงไปแข่ง “

Cr. Jack Welch : CEO of General Electrlc

” สิ่งที่หายากที่สุด ไม่ใช่เงิน แท้จริงคือวิสัยทัศน์ต่างหาก “

Cr. Sam Wallton : นักธุรกิจผู้ก่อตั้งห้าง วอลมาร์ท

” คนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ มีความสามารถไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่แตกต่างกันมาก คือ ความต้องการ ที่จะไปให้ถึงความฝันของพวกเขา “

Cr. James Clerk Maxweel : ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์เชิงทดลอง คนแรกของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

” เมื่อคนที่มากด้วยประสบการณ์ พบกันคนที่มากด้วยเงิน… ในไม่ช้า… คนที่มากด้วยประสบการณ์ ก็จะได้เงิน… และ คนที่มากด้วยเงิน ก็จะได้ประสบการณ์ “

Cr. Estee’ Lauder : ผู้ก่อตั้ง และผู้ผลิตเครื่องสำอางค์ Estee’

” เมื่อคุณก้าวพลาด คุณอาจตั้งตัวใหม่ได้ในไม่ช้า แต่หากคุณกล่าววาจาผิดพลาด คุณอาจต้องเสียใจไปตลดชีวิต “

Cr. Benjamin Franklin : ประธานาธิบดีคนแรกของสมาคมปรัชญาอเมริกา

” ความล้มเหลวมีชัยต่อผู้แพ้ แต่ความล้มเหลวเป็นแรงบันดาลใจ ให้ผู้ชนะ “

Cr. Robert T. Kiyosaki : นักเขียน เจ้าของหนังสือ พ่อรวยสอนลูก Rich Dad Poor Dad

” คนทุกคนควรได้รับการเคารพในความเป็นตัวตนของเขา แต่ไม่มีใครควรได้รับการนับหน้าถือตามากกว่าคนอื่น “

Cr. Albert Einstein : นักฟิสิกส์ทฤษฎี

” ความล้มเหลวที่สุด คือการไม่กล้าแม้แต่จะลองทำ “

Cr. Soren Aabye Kierkegaard : นักปราชญาชาวเดนมาร์ก

” ทำไมในยามฝัน เราจึงเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อนึกจินตนาการในยามตื่น “

Cr. Leonardo da vinci : นักประดิษฐ์และจิตรกรชาวอิตาลี

” ธุรกิจเริ่มได้ทุกเมื่อ แม้จะมีเงินทุนน้อยก็อย่าเพิ่งท้อ “

Cr. พลอย รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล : เจ้าของร้านเสื้อผ้า Black Heart

” อย่ากลัวว่าชีวิตของท่านจะพบจุดจบ แต่จงกลัวว่าชีวิตท่านจะไม่มีโอกาสเริ่มต้น “

Cr. Cardinal John Herry Newman : คาร์ดินัลนิวแมน

” ทำในสิ่งที่คุณรัก และรักในสิ่งที่คุณทำ และอย่าหยุดค้นหาสิ่งที่คุณรักจนกว่าจะเจอมัน “

Cr. Steven Paul Jobs : ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัทแอปเปิล

” อย่ารังเกียจความพ่ายแพ้ เพราะมันคือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ “

Cr. Sir Alexander Ferguson : อดีตผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

สร้างกำลังใจ จากรายการอายุน้อยร้อยล้าน

ชวนสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยคำคมคนดังของโลกยุค 2019

คำคมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ช่วยในการสร้างกำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้ฟังและอ่านโดยเฉพาะคำคมจากคนดัง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสาขาต่าง ๆ ดังที่เราจะได้ยกมาเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

1. คำคมของ บิล เกตส์

บุคคลที่รวยที่สุดในโลก จากการเป็น 1 ในผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft ไม่มีใครในปี 2019 ไม่รู้จักเขา ก็คือ วิลเลียม เฮนรี เกตส์ คำคมดี ๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณเปลี่ยนชีวิตได้จากบิลเกตส์ คือ ไม่ว่าคุณจะเกิดมายากจนอย่างไร เรียกได้ว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ที่คุณยังฐานะยากจนจนถึงทุกวันนี้ นี่ต่างหากคือความผิดพลาดของคุณ

รู้อย่างนี้แล้วอย่าท้อถอย แม้ว่าต้นทุนชีวิตแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่ก็สามารถสร้างสมความรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวันในสิ่งที่ชอบและใช่ เชื่อแน่ว่ามีสักวันที่คุณจากมีฐานะที่มั่นคงและเติบโตในหน้าที่การงานที่ดียิ่งขึ้น แต่ต้องเริ่มจากการลงมือปฏิบัติในวันนี้เท่านั้นเอง

2. คำคมของ แจ็ค หม่า

ในปี 2019 เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา ซึ่งเป็นชาวจีนโดยกำเนิด แต่สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ ในยุค 4.0 และมีแนวโน้มจะขยายกิจการไปได้ทั่วทุกภูมิภาคของโลกในไม่ช้า ทุกวันนี้เขากลายเป็นคนรวยที่สุดอันดับ 11 ของโลก ไปแล้ว

คำคมที่คุณเรียนรู้ได้จาก แจ็ค หม่า คือ คนอื่น ๆ จะไม่จำในสิ่งที่คุณพูด แต่เขาจะจำในสิ่งที่คุณเป็น เรียกง่าย ๆ เขาต้องการบอกว่าคุณควรทำมากกว่าพูด และการจะทำให้คนจำก็ต้องทำในสิ่งที่คุณรัก ทุ่มเท พรสวรรค์อาจจะทำให้ผลงานโดดเด่น แต่จะไม่ยั่งยืนหากไม่มีพรแสวง คือ ความขยันหมั่นเพียร อดทน ใครเคยเปิดประวัติ แจ็ค หม่า ดู จะพบว่าเขาเคยถูกปฏิเสธการจ้างงานมาหลายสิบครั้งนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าถ้าเป็นคนทั่วไปก็จะต้องท้อแท้ใจ และรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปแล้ว

คำคมจาก 2 คนดังระดับโลกที่เรากล่าวไป แม้ว่าคนหนึ่งจะมาจากอเมริกา อีกคนหนึ่งจะมาจากโซนเอเชีย แต่ก็มีแนวคิดร่วมกันคือ ความคิดที่เป็นแบบแผนของผู้ประสบความสำเร็จ มีความมุ่งมั่น ไม่ท้อแท้หรือย่อท้อต่อชะตาชีวิต

ทั้งสองมีความเข้าใจว่าต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ก็มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนที่จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้ หวังว่าคำคมในวันนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกท่านมีแรงบันดาลใจทำสิ่งที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

คำคมของ แจ็ค หม่า

คำคมสำหรับการทำธุรกิจปี 2019

การทำธุรกิจในปี 2019 เป็นช่วงแห่งการแข่งขัน ที่ต้องมีสติและความอดทนอย่างมาก เนื่องจากเราอยู่ในภาวะที่เทคโนโลยีเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีบทบาทต่อทุกวงการอาชีพ การทำธุรกิจยุคใหม่จึงต้องปรับตัวสูง

คำคมสำหรับการทำธุรกิจ

ในวันนี้ เราจึงรวบรวมคำคมที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการเตือนสติและช่วยให้เห็นลู่ทางในการดำเนินธุรกิจจนได้ผลลัพธ์ที่งดงามตามเป้าหมาย ดังนี้

1. Patricia Fripp กล่าวไว้ว่า หากอยากให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว เมื่อไม่สามารถปิดการขายได้ ให้สนใจที่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแทน ซึ่งในปี 2019 เราเห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าน่าจะมาก่อนการสร้างยอดขายเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันจะตัดสินใจเลือกที่การใส่ใจและการบริการลูกค้า จึงไม่ควรผลักดันการขายจนเกินไป

2. Jill Rowley กล่าวว่า การขายหรืองาน sales เป็นสิ่งที่ต้องมาควบคู่กับการทำการตลาดหรือ marketing และคนในองค์กรต้องรู้เรื่องของแผนกอื่น ๆ บ้าง เพื่อการทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกได้ว่า เป็นคำคมที่ทันสมัยและมองการณ์ไกล เนื่องจากองค์กรใด ๆ จะเติบโตไม่ได้เลย หากสมาชิกหรือคนทำงานไม่เห็นภาพรวมหรือไม่รู้สึกเป็นส่วนร่วมของบริษัท

ทั้งยังสามารถประยุกต์กับการทำงานของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้รับงานแบบอิสระด้วย ว่าควรมีความรู้ความสามารถที่หลากหลายและมองภาพรวมของตลาดให้ออก เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น

3. Marcus Sheridan กล่าวว่า ธุรกิจในทศวรรษนี้จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เพื่อเป็นดั่งกุญแจสู่ทุกอย่าง เป็นอีกหนึ่งวลีที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์กว้างไกลเหมาะกับการตลาดยุค 2019 ที่จำเป็นต้องทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพตามระบบ search engine เพื่อให้สามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และเพิ่มโอกาสในการขายไปพร้อมกัน

4. Craig Davis กล่าวไว้ว่า ควรหยุดแทรกแซงความคิดของผู้ที่กำลังสนใจเรื่องหนึ่ง ๆ และควรทำตัวเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนเหล่านั้นสนใจเสียเอง เป็นคำคมที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองว่าสามารถพัฒนาองค์กรในจุดอ่อนจุดใดได้บ้าง ต้องตีโจทย์ลูกค้าให้แตกร่วมกับสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อยอดขายที่จะตามมา

หากคุณค้นหาจุดอ่อนและเสริมในจุดแข็งจนชัดเจน และนำเสนอให้ตรงใจลูกค้าอย่างชัดเจนที่สุดได้ ย่อมประสบความสำเร็จในปี 2019 อย่างแน่นอน

คำคมสำหรับทำธุรกิจปี 2019

จะเห็นได้ว่า คำคมที่เรายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น ล้วนสามารถปรับใช้กับทุกประเภทธุรกิจในปี 2019 ทั้งส่วนของการพัฒนาศักยภาพของบุคคลและการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้แบรนด์ขององค์กรชัดเจนและสามารถเติบโตสร้างยอดขายที่น่าพึงพอใจได้ในระยะยาว

คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีน

คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีน

การอ่านหนังสือเกี่ยวกับบทความสั้นหรือคำคมที่ให้ข้อคิด เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเตือนสติ คลายเครียด และชี้ช่องทางแก้ไขปัญหาให้ใคร ๆ หลายคนได้ ซึ่งในวันนี้ขอยกคำคมฉบับโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีนมาเสนอกัน ดังนี้

คำคมจากโกวเล้ง

โกวเล้งเป็นบุคคลที่มีตัวตนในช่วงปี 2480 – 2528 เป็นปราชญ์นักเขียนที่มีชื่อเสียงจากนิยายแนวกำลังภายในซึ่งมีฝีมือในการใช้สำนวนที่คมคายมาก เช่น “สิ่งที่ฆ่าคนด้วยกันได้อย่างรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธทั้งหลายก็คือคน” นับว่าเป็นคำคมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความดุเดือดในสงครามทางการค้าระหว่างชาติอเมริกากับจีน

ที่แม้ทั้งสองชาติจะไม่ได้เชือดเฉือนกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์หรือปืน ฯลฯ แต่ด้วยการออกมาตรการทางการฑูต การภาษีและการกดดันด้านค่าเงิน ก็สร้างความเสียหายระหว่างกันอย่างประเมินมูลค่าไม่ได้ ทั้งยังกระทบต่อชาติอื่น ๆ ในระบบ Global network อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำคมจากขงจื้อ

ขงจื้อเป็นนักปราชญ์ที่เกิดก่อนปีคริสต์ศักราช ราว 500 ปี เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิด และวัฒนธรรมของชาวจีนและชนชาติเอเชียเป็นอย่างมาก โดยมักมีการกล่าวถึงคำคมของขงจื้อในแง่ที่เป็นการเชิดชูคุณธรรมเพื่อการปรองดองสังคม เช่น

“ควรตำหนิติเตียนตัวเองให้มากกว่าการตำหนิผู้อื่น” (เพื่อการมองให้เห็นจุดอ่อนและข้อบกพร่อง และทำการแก้ไขก่อนที่จะมุ่งเพ่งโทษผู้อื่น ) “คนที่ไม่ทำอะไรเอาแต่บริโภคไปวัน ๆ ไม่มีทางก้าวหน้า” (เป็นการเตือนสติอย่ามัวขี้เกียจ หรือเพลิดเพลินกับความสุขสบายโดยไม่ได้ใช้กำลังสติปัญญาสร้างงานสร้างคุณค่าให้ชีวิต) เป็นต้น

คำคมจากนักปราชญ์จีน

คำคมจากเล่าจื้อ

เล่าจื้อเป็นปราชญ์ในลัทธิเต๋าซึ่งมีความชำนาญด้านประวัติศาสตร์และศาสตร์แห่งดวงดาว เกิดในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช นับว่าเป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งในตำนานกวีเอกชาวจีน ตัวอย่างคำคมของเล่าจื้อ ได้แก่

“ผู้ที่ชนะผู้อื่นได้ เรียกได้ว่ามีความแข็งแรง แต่ผู้ที่เอาชนะใจตัวเองได้นั้น เรียกได้ว่า เป็นผู้ชนะที่เหนือกว่า” เป็นคำคมที่เสริมสร้างความปรองดอง ทำให้ลดการเกิดข้อขัดแย้งระหว่างบุคคลที่มุ่งเอาชนะกัน ให้หันกลับมาเอาชนะอารมณ์และความปรารถนาของตัวเองแทน

คำคมจากซุนวู

ซุนวูเป็นปราชญ์นักการทหารในยุค 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นผู้เขียนตำราการศึก และเป็นเจ้าของคำคมที่โด่งดังยาวนานถึงปัจจุบัน ที่ว่า “รู้เขารู้เรา ระบบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งสามารถประยุกต์ได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอบ การทำธุรกิจการตลาด การค้าขายออนไลน์ ฯลฯ

จะเห็นได้ว่า คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีนที่มีตัวตนจริงในอดีตที่ยกมาเป็น ตัวอย่างในวันนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านในการปรับใช้กับการเรียน การทำงาน การรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เพื่อความสุขของตัวเองและสันติภาพในสังคมโดยรวม

6 แนวคิด feel good จากคำคมหนังไทย

6 แนวคิด feel good จากคำคมหนังไทย

หลายครั้งหลายคราที่คนเราจะรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่ายและสิ้นหวัง เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับคนรัก เพื่อนสนิท หรือ การต้องเจออุปสรรคในชีวิตและการทำงาน ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะได้ความรู้สึกดี ๆ ทดแทนจากการได้ชมหนังดี ๆ สักเรื่องที่มีคำคมสั้น ๆ แม้ท่อนวลีเดียวก็กินใจและทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เสริมสร้างพลังใจ เพื่อการก้าวเดินต่ออีกครั้ง

แนวคิดจาก 6 คำคมหนังไทยที่เรายกมาที่นี่

1. คำคมจากเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ที่พระ-นางคุยกัน ตอนที่ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้นทำให้ได้แนวคิดเกี่ยวกับความรักว่าคนที่รักหรือเป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน หรืออยู่ในสายตากันตลอด ขอเพียงได้รู้ว่ามีคนรักเราก็พอแล้ว เป็นคำคมที่ให้กำลังใจกับคู่รักที่ต้องอยู่ห่างไกลกันได้อย่างอบอุ่น

2. คำคมจากเรื่อง “เพื่อนสนิท” เป็นการให้แนวคิดว่าควรให้ความสำคัญของสิ่งใดมากกว่ากัน ระหว่างผลลัพธ์ว่าปลายทางผู้รับจะอ่านจดหมายของผู้ส่งไหม กับ ความรู้สึกทางใจว่าผู้รับจะรู้สึกถึงผู้ส่งอย่างไรต่างหาก

3. คำคมจากเรื่อง “หมานคร” ที่กล่าวถึงความสำคัญของเวลา ว่าการอยู่ในที่ที่มีแสงสีเทคโนโลยีหรือกิจกรรมมากมาย ย่อมให้ความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและความเป็นธรรมดา ใครสบายใจกับการอยู่แบบไหน ต้องถามใจตัวเองดู

4. คำคมจากเรื่อง “ลัดดาแลนด์” เป็นคำสั้น ๆ ที่สื่อได้ว่าเมื่อเรายืนอยู่ที่ “สุดทางตัน” การ “สู้” เท่านั้นจึงจะรอด เป็นการสร้างความฮึกเหิมให้กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา หรือ “ดับเครื่องชน” ด้วยคำเพียง 3 คำ

5. คำคมจากเรื่อง “แฟนฉัน” เป็นการย้อนความทรงจำถึงเรื่องราวในวันวานที่มีทั้งสุขทุกข์ เสียงหัวเราะ ร้องไห้ ที่ไม่ได้จากหายไปจากความทรงจำ มันแค่ถูกวางไว้ในจุดที่เราไม่ได้นึกถึง แต่เมื่อวันหนึ่งเรานึกถึงมัน สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้เรายิ้มได้ ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ก็นับว่าเป็นคุณค่าและสิ่งที่ดีที่สุด ณ ช่วงโมเมนต์นั้น

6. คำคมจากเรื่อง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” เป็นคำคมที่เตือนใจตัวเองได้ว่า ไม่มีใครจะฝืนธรรมชาติของชีวิตได้ การลืมใครบางคนก็เช่นกัน วันหนึ่งสมองของเราก็จะชราลง ความจำก็จะเลือนจางไป คำว่าไม่ลืมหรือคำสัญญาใด ๆ จึงต้องยอมรับว่าจะเลือนจางไปเช่นกัน

หวังว่า 6 แนวคิดที่ได้จากคำคมของหนังไทยที่ยกมา จะช่วยให้ใครหลาย ๆ คนเกิดกำลังใจลุกขึ้นเดินหน้า “GO ON” กับชีวิตอีกครั้ง

แนวคิดจาก 6 คำคมหนังไทยที่เรายกมาที่นี่

เรื่องเล่าความรัก ผ่านกลีบกุหลาบ

กุหลาบ กับ ความรัก

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักมานานหลายร้อยปี ทั้งมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับกุหลาบมากมาย ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยแต่มีความเป็นสากลทั้งเรื่องราวความรักระหว่างเทพเจ้าและมนุษย์ในสมัยโบราณที่มีมนต์ขลังทำให้กุหลาบกลายเป็น “สัญลักษณ์” แห่งความรักตราบจนปัจจุบัน

ดังเช่น เรื่องราวความรักของวีนัส หรือเทพธิดาแห่งความงามที่ครั้งหนึ่งได้ตกหลุมรักมนุษย์หนุ่มรูปงาม นามว่า อะโดนิส ซึ่งในวันที่อะโดนิสถูกหมูป่าใช้เขี้ยวขวิดจนตายนั้น วีนัสร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง จนน้ำตาที่ไหลผสมกับกองเลือดของอะโดนิส ไหลรินลงดินและกลับปรากฎเป็นดอกกุหลาบสีแดงขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมีตำนานแห่ง คลีโอพัตรา ซึ่งมีการเล่าลือว่าเป็นผู้หญิงที่มีความงามและเสน่ห์อย่างมาก เปรียบได้ดังดอกกุหลาบแดง มีเรื่องเล่าว่านางใช้น้ำกุหลาบบำรุงผิวและทำให้กลิ่นติดตัวเป็นดั่งน้ำหอมที่ไม่มีใครสามารถทำได้ คลีโอพัตรายังใช้ดอกกุหลาบแดงในการแสดงความรักต่อคนรัก คือ มาร์ค แอนโทนี หลังกลับจากสู้รบด้วยการโรยห้องด้วยกลีบกุหลาบหนาถึง 18 นิ้วทีเดียว

มัทนะพาธา

พระราชนิพนธ์ ที่มีการกล่าวถึงดอกกุหลาบ

ส่วนเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักผ่านกลีบกุหลาบของไทย ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่อง “มัทนะพาธา” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่ทรงแต่งไว้ว่า ครั้งหนึ่งมีพระราชาเมืองหนึ่ง หลงรักเจ้าหญิงชื่อ มัทนา แต่ส่งทูตไปสู่ขอจากบิดาของนาง (ซึ่งเป็นพระราชาของอีกเมือง) ไม่สำเร็จ จึงเกิดการสู้รบกัน แต่สุดท้ายมัทนาก็ยอมตายก่อนแต่งงาน จนไปเกิดเป็นนางฟ้า ซึ่งพระราชาที่หลงรักก็ได้ตายตามมาเป็นเป็นเทวดาและพบกันอีกบนสวรรค์

ซึ่งนางฟ้ามัทนาก็ยังไม่มีความรักให้เทวดาเหมือนเดิม จนเทวดาโกรธและสาบให้มัทนาไปเกิดเป็นดอกกุหลาบป่าในโลกมนุษย์และให้แปลงกายเป็นมนุษย์ได้เฉพาะคืนวันเพ็ญ 24 ชั่วโมงเท่านั้น จนกว่ามัทนาจะพบรักแท้จึงจะพ้นคำสาป หรือหากนางได้สัมผัสกับ “ความทุกข์ในรัก” แล้วมาอ้อนวอนต่อเทวดา จึงจะยกโทษให้

หลังจากนั้นไม่นาน มัทนาก็ได้ตกหลุมรักกับพระราชาที่มาเดินป่า โดยไม่ทราบว่ามีพระราชินีเป็นคู่ครองอยู่แล้ว พระราชาได้พามัทนากลับไปอยู่ในเมืองด้วย แต่สุดท้ายก็ถูกใส่ร้ายว่ามีชู้และถูกสั่งประหารชีวิต แต่โชคดีรอดชีวิตมาได้ … มัทนาก็ได้ไปอ้อนวอนต่อเทวดาที่สาปให้นางเป็นกุหลาบ ซึ่งเทวดาก็ได้ขอให้นางรับรักจากตนอีกครั้ง แต่มัทนายืนกราบปฏิเสธ เทวดาจึงโกรธและสาปให้มัทนากลายเป็นดอกกุหลาบตลอดไป เป็นพระราชนิพนธ์ฯ ของในหลวง รัชกาลที่ 6 ที่แม้จะจบลงด้วยความเศร้าสลดใจ แต่ก็ทำให้คนไทยได้ซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพและถือได้ว่าทรงเป็น “ครู” แห่งบทกวีและบทกลอนที่คนไทยควรศึกษาและรักในภาษาไทยมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน กุหลาบยังทำหน้าที่แทนคำพูด สื่อถึงความรักที่ซื่อสัตย์และจริงใจได้อย่างดีที่สุด เวลาเข้าเว็บเกี่ยวกับความรัก จะต้องเจอดอกกุหลาบประดับ เป็นเหมือนสโลแกนเว็บ เช่นเดียวกับการเข้าเว็บเช็คผลบอลเมื่อคืนจะต้องมีสนามฟุตบอลมาประดับอยู่ และแม้เวลาจะผ่านไป การมอบกุหลาบให้กัน ยังเป็นวิธีแสดงความรักที่เป็นสากล และอาจมีเรื่องเล่าความรักผ่านกุหลาบเรื่องใหม่ ๆ ต่อไปไม่รู้จบในอนาคตเช่นกัน

วันของดอกกุหลาบ

อย่าละทิ้งความฝัน คำคมปลุกกำลังใจไม่ให้ยอมแพ้

อย่าละทิ้งความฝัน คำคมปลุกกำลังใจไม่ให้ยอมแพ้

จำได้ไหมว่าตอนเด็กเคยฝันอยากเป็นอะไรเมื่อโตขึ้น คนดับเพลิง , ทหาร , นักบัลเล่ต์ หลายคนยังฝันถึงวัยเด็กอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่คิดว่าไม่สำคัญแล้ว สิ่งจำเป็นที่สุดคือการทำงานเลี้ยงชีพและภาระในชีวิตประจำวันนั่นเองที่ดับความฝันของคุณ ความจริงแล้วการไล่ตามความฝันมีประโยชน์มาก มาดูเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรล้มเลิกและหยุดหวังไปเสียก่อน

ทำไมคุณถึงไม่ควรหยุดหวัง

1.ความล้มเหลว เป็นประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

คนส่วนใหญ่ไม่ติดตามความฝันของตัวเองเพราะกลัวความล้มเหลว ไม่รู้ว่าความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนที่ดี สอนให้คนเราเรียนรู้และเติบโต คนอเมริกันที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จหลายคนผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่หวังไว้ในชีวิต อดีตประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ล้มเหลวทั้งในบทบาทนักธุรกิจ นักกฎหมาย หรือแม้แต่การเป็นนักการเมืองในช่วงแรกๆ เขาพยายามผลักดันตัวเองจนกลายเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในที่สุด โทมัส เอดิสัน ถูกครูเรียกว่าเด็กโง่ เขาทดลองล้มเหลวมานับ 1000 ครั้ง กว่าจะคิดค้นหลอดไฟได้สำเร็จ แม้แต่นักบาสระดับตำนาน ไมเคิล จอร์แดน เคยถูกไล่ออกจากทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยมปลาย ชีวิตล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือเหตุผลที่เขาประสบความสำเร็จในที่สุด ถ้าเราเรียนรู้อะไรดีๆ จากคนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ ก็คงไม่ต้องละทิ้งความฝันเพราะกลัวความล้มเหลวอย่างแน่นอน

2.ความอดทน

ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นทำให้คนเรามีความอดทน ทุกคนเรียนรู้ได้บทเรียนดีๆ จากความยากลำบาก ถ้าคุณไม่ล้มลง คุณจะไม่เรียนรู้วิธีการลุกและระวังที่จะไม่ล้มลงอีก ทุกครั้งที่เราเลือกที่จะลุกขึ้นยืน เราจะแข็งแกร่งขึ้นและมีแรงฮึดที่จะก้าวเดินต่อไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดของเรา

3.ลองผิดลองถูกดีกว่าไม่ทำอะไร

คุณเคยเสียใจที่ได้ลองทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตหรือไม่ บางทีผลลัพธ์ออกมาไม่ดี รู้สึกผิดหวัง แต่อย่างน้อยก็ได้ความกระจ่าง ดีกว่าสงสัยอยู่อย่างนั้นตลอดไป ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณบอกรักใครสักคนแล้วถูกปฏิเสธ อย่างน้อยก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะไปต่ออย่างไร คุณหลีกเลี่ยงความรู้สึกเสียใจไม่ได้ ในชีวิตคนเรามีทั้งเรื่องสมหวังและผิดหวัง ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องคาดหวังมากเกินไป เพียงแต่เริ่มต้นเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทีละเล็กทีละน้อยจะสร้างเส้นทางสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

ทำไมคุณถึงไม่ควรหยุดหวัง

4.ชื่นชมความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ

ถ้าคุณตั้งความฝันไว้สูง การก้าวไปสู่ความสำเร็จตลอดเส้นทางจะพบกับความสมหวังเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นชัยชนะที่ควรยินดีและให้มันเป็นแรงผลักดันไปสู่เป้าหมายต่อไปเพื่อทำให้ความฝันสำเร็จเร็วขึ้น อย่ามัวแต่จดจ่ออยู่กับความฝันของเราจนลืมชื่นชมประสบการณ์ที่มีค่า เพื่อนและมิตรภาพ ที่ปรึกษาที่ดี ทำให้การแสวงหานั้นคุ้มค่ายิ่งขึ้น

บ่อยครั้งที่เรายอมแพ้เร็วเกินไปเพียงเพราะเราไม่สามารถมองเห็นอนาคต จงมุ่งมั่นทำความฝันต่อไปและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบุตรหลาน แสดงให้คนรุ่นอนาคตได้เห็นถึงความหมายของการไล่ตามความฝัน มีความพยายามและอดทนเพื่อที่จะทำให้สิ่งที่ฝันไว้กลายเป็นความจริง

โกหกสีขาวจำเป็นหรือไม่ ? บอกความจริงดีกว่าไหม…

โกหกสีขาวจำเป็นหรือไม่ บอกความจริงดีกว่าไหม

ถ้าคุณมองอย่างตั้งใจ คุณจะสังเกตเห็นพลังที่เป็นแรงบันดาลใจอยู่รอบตัว แรงบันดาลใจจากดวงอาทิตย์ขึ้นจากทะเลสาบอันเงียบสงบในคืนฤดูร้อนที่อบอุ่น แรงบันดาลใจจากหนังสือที่เราชื่นชอบที่เป็นเงาสะท้อนชีวิตของเราเอง แรงบันดาลใจจากสถานที่และสิ่งต่าง ๆ เรามีโอกาสสัมผัสพลังดีๆ อย่างนี้ได้ทุกวัน คำคมเป็นส่วนหนึ่งที่ให้แรงบันดาลใจแก่ความคิดหรือการกระทำสิ่งที่ดี มีคำพูดน่าคิดของ Teresa Carpenter นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ กล่าวเอาไว้ว่า “ความจริงทำให้คนโกรธได้มากกว่าการโกหก แต่บอกความจริงไปดีกว่า” หมายความว่าอย่างไร

คำพูดนี้น่าสนใจและค่อนข้างเหมาะสมกับการนำมาวิเคราะห์สังคมนี้ที่เต็มไปด้วยคำเท็จเพื่อหลบเลี่ยงความจริงที่มักจะไม่น่าฟัง แต่คือเรื่องจริง ผู้หญิงสวมชุดใหม่ที่ซื้อมาเล็กกว่าไซส์จริงของเธอ แล้วถามเพื่อนๆ ว่าสวมแล้วดูดีไหม จะตอบว่าไม่เหมาะกับเธอเลยก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่โกหกน้ำขุ่นๆ ให้เพื่อนสบายใจ ไม่ว่าจะโกหกอย่างไร เราก็ปิดบังความจริงไม่ได้ เพื่อนสวมที่รัดแน่นเกินออกไปพบผู้คนข้างนอก เกิดชุดปริ ซิปแตกขึ้น อับอายขายหน้า การบอกความจริงอาจเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ รู้ว่าจะรับไม่ได้ เพื่อนอาจโกรธชั่วขณะหนึ่ง แต่อย่างน้อยความจริงก็ยังดีกว่าทำให้เพื่อนไปหน้าแตกกลางสาธารณชน

การพูดไม่จริง โดยอ้างนู่นนี่ ถือว่าไม่ถูกต้อง

ดังนั้น เรามีทางเลือกจะปิดบังความจริงหรือทำในสิ่งที่ถูกต้อง คำพูดนี้โยงไปถึงอีกคำกล่าวหนึ่งคือ “ความจริงสีดำ โกหกสีขาว” เราต้องโกหกเพื่อรักษาความรู้สึกของคนอื่น อ้างความชอบที่จะพูดเท็จ ว่าทำไปเพื่อจะไม่ให้กระทบกระเทือนความรู้สึก ทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้อื่น อ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง ที่จริงก็เป็นการหาทางรอดของตัวเอง ปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ไม่อยากเกิดปัญหาเมื่อพูดความจริงออกไปแล้วไม่ถูกใจคนอื่น กลัวสูญเสียความสัมพันธ์ กลัวเสียโอกาสทางธุรกิจหรือแม้กระทั่งงานของตน ทำไมการพูดความจริงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะคำพูดปดมดเท็จไม่ช่วยให้หนีพ้นจากปัญหา หากรู้ความจริงตั้งแต่แรก จะคิดหาทางได้ในที่สุด ส่วนคำโกหกที่อ้างว่าเพื่อปกป้องความรู้สึกนั้น ลองคิดถึงเวลาที่เพื่อนรู้ว่าคุณพูดปด เขาจะรู้สึกอย่างไร ถ้าไม่ต้องการให้มิตรภาพของคุณสิ้นสุดลง บอกความจริงไปเลย แม้ว่าจะเป็นความเจ็บปวดก็ตาม

คุณจะเลือกทางไหน “พูดความจริงหรือโกหก” บอกความจริงไปแล้วความเจ็บปวด พูดโกหกง่ายเอาตัวรอดดีกว่า แต่ในที่สุดความจริงก็จะเผยออกมาวันใดวันหนึ่ง ผลของการไม่บอกความจริงในตอนแรกอาจเลวร้ายยิ่งกว่า ถามตัวเองดูว่าคุณรู้สึกอย่างไรที่เก็บวามลับไว้ตลอดเวลา คนอื่น ๆ ที่สาบานว่าจะเก็บความลับด้วยกันจะเก็บความลับอยู่หรือเปล่า ความรู้สึกผิดครอบงำจิตใจเสมอ ดังนั้นการโกหกเพื่อปลอบใจไม่ทำให้เกิดผลดีต่อชีวิตใครเลย บอกความจริงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชื่อเถอะว่าเราควรจะพยายาม