คำคมจากหนัง ให้คุณได้แง่คิดด้านใดบ้าง

คำคมจากหนัง ให้คุณได้แง่คิดด้านใดบ้าง

หากสังเกตให้ดี จะพบว่าการดูหนังภาพยนตร์มักมีคำคมให้แง่คิดซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้หลากหลายรูปแบบ เรามาดูตัวอย่างคำคมที่ดีและนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันในด้านต่าง ๆ ได้

1.ด้านความรัก
คำคมจากหนังเรื่อง Kissing a Fool กล่าวถึงความรักว่า ถ้าความรักมันไม่มีอยู่จริง เราก็จะไม่มีทางค้นพบได้ แต่ถ้าความรักนั้นมีอยู่ มันก็ไม่สามารถถูกปิดบังซ่อนเร้นได้ จึงเป็นสิ่งที่เตือนใจผู้คนไม่ให้ไขว่คว้าหาความรักมากจนเกินไป ต้องมีสติกับการรักให้เป็น เพราะหากเราไขว่คว้าในสิ่งที่มันไม่มีอยู่จากใครสักคน แม้จะพยายามเท่าใดมันก็ไม่สำเร็จ แต่ถ้ามีความรักความจริงใจต่อกันแล้ว แม้จะปิดบังอย่างไรหรือเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักก็จะยังคงอยู่เสมอ

2.ด้านการทำงาน
จากหนังเรื่องสตาร์วอร์ มีการกล่าวถึงว่า คุณต้องเลือกระหว่างทำกับไม่ทำสิ่งใด ๆ ไม่ควรมีคำว่าทดลอง นั่นคือ การสอนให้ทุกคนตั้งใจที่จะทำสิ่งใดอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซนต์ เพื่อให้มีโอกาสสำเร็จมากที่สุด ไม่ใช่การทำแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือกล้า ๆ กลัว ๆ แบบพร้อมจะถอยหลัง ซึ่งจะทำให้ขาดการขวนขวายหาความรู้และสูญเสียความมุ่งมั่นในการทำสิ่งต่าง ๆ ไปนั่นเอง

3.ด้านเสริมคุณค่าในตัวเอง
คนในยุคปัจจุบันมีภาวะโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้ง่าย เพราะรู้สึกขาดศรัทธาและความเชื่อมั่นในตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปรียบเทียบตัวเองกับคนในข่าวหรือสื่อโซเชียล ประเด็นนี้จะตรงกับสิ่งที่หนังเรื่องการ์ตูนเรื่องเชร็คได้สอดแทรกว่า คุณไม่จำเป็นต้องฟังเสียงของคนอื่น เพราะมันอาจบั่นทอนกำลังใจของคุณ หรือทำให้คุณสงสัยว่าสิ่งที่คุณทำอยู่บนเส้นทางที่ดีหรือเหมาะสมหรือไม่ ความสุขและความศรัทธาในตัวเองจะเป็นสิ่งที่ให้คำตอบแก่คุณได้ดีที่สุด

4.ด้านความหวังและกำลังใจ
ในปี 2020 ที่มีไวรัสโควิดระบาดกระทบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ผู้คนนับล้าน ๆ ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในบริษัทเอกชนและทำธุรกิจส่วนตัว หากอ่านคำคมจากหนังเรื่อง forrest gump จะช่วยให้คุณมีพลังขึ้นมาอีกครั้งได้ แม้เขาจะมีระดับสติปัญญาน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ย แต่ด้วยความตั้งใจและจริงใจ จึงทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้น หากคุณไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค สักวันหนึ่งคุณก็จะถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้และฝ่าฟันทุกวิกฤตได้นั่นเอง

คำคมจากหนังมีความหมายและสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ ซึ่งการตีความก็อาจจะแตกต่างกันไปตามอายุและประสบการณ์ของแต่ละคน แต่ก็ล้วนทำให้ได้แง่คิดที่มีประโยชน์ การดูหนังจึงไม่ใช่สิ่งที่ให้ความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยให้ขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

คำคมภาษาอังกฤษสำหรับนักธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19

คำคมภาษาอังกฤษสำหรับนักธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจจะมีการเข้าถึงลูกค้าในแบบที่เป็นการทำงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น และต้องอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อห่างไกลเชื้อไวรัสและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วย ในสถานการณ์เช่นนี้ กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีคำคมภาษาอังกฤษพร้อมแปลความหมายจะได้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักธุรกิจไม่มากก็น้อย ดังต่อไปนี้

1.There’s sunshine behind that rain.

คำคมนี้แปลว่า ภายหลังที่ฝนตกยังมีแสงอาทิตย์ส่องแสง สื่อความหมายถึงอย่าเพิ่งสิ้นความหวังในปัจจุบัน เพราะเมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นไปก็จะมีสิ่งดี ๆ รออยู่เสมอ เหมือนกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในขณะนี้ ที่ธุรกิจหลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบ แต่ถ้ารับมือและแก้ปัญหาได้ เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง และจะเป็นโอกาสที่ทำให้ธุรกิจกลับมาแข็งแกร่งได้ยิ่งกว่าเดิม

2.There’s good times behind that pain.

คำคมนี้แปลว่า มีเวลาที่ดีภายหลังจากการเจ็บปวด บ่งบอกว่า วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้นักธุรกิจต่างได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เช่น ธุรกิจโรงแรม สายการบิน เนื่องจากลูกค้าที่เป็นเป้าหมายเดิมไม่สามารถจะใช้บริการได้ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็สามารถปรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เช่น ถ้าเป็นธุรกิจโรงแรมก็ต้องปรับเปลี่ยนแผนมาต้อนรับลูกค้าคนไทย หรือนโยบายการตลาดจากห้องพักรายเดือน ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นรายวัน หรือมีการเพิ่มโปรโมชั่นลดราคา แถมมื้ออาหารฟรี เป็นต้น การปรับตัวเมื่อเกิดผลกระทบนี้จะเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ทำให้หลังจากผ่านวิกฤติไปได้แล้ว ก็มีโอกาสสร้างธุรกิจได้ดีกว่าเดิม เช่น มองเห็นลู่ทางทำการตลาด รวมถึงวิธีป้องกันความเสี่ยง หรือมีแผนสำรองเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ได้ดีกว่าเดิม

3.Pray and I can see a better day.

คำคมนี้แปลว่า ภาวนาและสามารถมองเห็นวันที่ดีกว่าเดิม ภาวนาในที่นี้หมายถึงการคิดบวกและมีความเชื่อมั่น ลองคิดดูว่าถ้าผู้ประกอบการจิตตก ท้อแท้ เหตุการณ์คงยิ่งเลวร้ายลงไปอีก แต่ถ้าเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง ของลูกน้องหรือของทีม แล้วทุกคนมาตั้งความหวังและฟันฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ก็ต้องมีวันที่ดีกว่าเดิมแน่นอน ดังนั้นจะต้องช่วยกันกระตุ้นให้เกิดความหวังและพลังใจ คิดในสิ่งที่ดี มองโลกในแง่บวก แล้วจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน

3 คำคมดังกล่าวข้างต้น เราหวังว่านักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และคนทำงานทุกคน จะได้มีแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนขั้นตอนในการเข้าถึงลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเชื่อใจและมองเห็นความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ลูกค้าค่อนข้างกลัวและขาดความเชื่อมั่น ดังนั้น การร่วมด้วยช่วยกันในภาวะวิกฤติด้วยการคิดใหม่และทำใหม่ นึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เช่น ธุรกิจสายการบินอนุญาตให้คืนตั๋ว ธุรกิจโรงแรมมีการขยายเวลาการเข้าพัก ธุรกิจการจัดอีเว้นท์ต้องเลื่อนการจัดงานออกไปเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน ป้องกันความเสี่ยงต่อการระบาดเชื้อไวรัส อีกทั้งมองหาหนทางหารายได้ด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือทดแทน ก็จะสามารถประคองกันให้พ้นสถานการณ์นี้ไปได้

คำคมจากภาพยนตร์ชื่อดัง มาพร้อมแนวคิด

คำคมจากภาพยนตร์ชื่อดัง มาพร้อมแนวคิด

การดูภาพยนตร์เกือบทุกเรื่องจะมีแง่คิดคำคมแทรกอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากเป็นสัญลักษณ์ประจำหนังแต่ละเรื่องแล้ว ยังทำให้ผู้ชมได้รับวิธีการคิดและทัศนคติใหม่ ๆ ด้วย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเรียนรู้ประโยชน์จากคำคมเหล่านั้นได้

การ์ตูน เดอะ ไลอ้อนคิง

เป็นคำคมที่ลิงผู้รอบรู้ในเรื่องแนะนำแก่พระเอกที่เป็นสิงโตว่า อดีตอาจทำให้เราเจ็บปวดเสียใจได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะใช้มันเพื่อเป็นบทเรียน หรือจะปล่อยให้สร้างความเจ็บปวดต่อไป ประโยคนี้ทำให้เราทุกคนได้เรียนรู้ว่า เราต่างมีเรื่องราวในชีวิตที่แตกต่างกัน อาจมีสิ่งที่เราทำผิดพลาด ที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ต้องนำมันมาเป็นบทเรียน ทำให้เราเรียนรู้ที่จะเติบโตจากมัน จะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำเดิม ขณะเดียวกัน ต้องรู้จักให้อภัยและยอมรับในความผิดพลาดของผู้อื่น เพื่อให้เราทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และก้าวเดินหน้าไปด้วยกันได้

Star Wars Episode 5

เป็นคำกล่าวของตัวละครสำคัญที่พูดถึง การเลือกกระทำ ว่าไม่มีคำว่าลอง มีแค่คำว่าทำกับไม่ทำเท่านั้น ประโยคนี้จึงทำให้คิดได้ว่า เราต่างมีความตั้งใจหรือความฝันที่อยากทำ แต่ที่ไม่สามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ได้ อาจเป็นเพราะกลัวล้มเหลวหรือขี้เกียจ จนกลายเป็นการไม่ทำ หรือทำแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จึงไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ในทางที่ต้องการได้ ดังนั้น คนเราทุกคนจึงต้องมีความพยายามที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อไปถึงเป้าหมายให้จงได้

หนังเรื่อง Freedom writers

คำคมนี้กล่าวถึงการต่อสู้แข่งขันว่า ในภาวะสงคราม เราต้องมุ่งมั่นที่จะชนะในวันนี้ เราไม่สามารถรอจนถึงวันหลังได้ เพราะอาจไม่มีคำว่าชนะอยู่จริง การที่เราหลายคนผัดวันประกันพรุ่งด้วยความเกียจคร้านหรือท้อแท้กลางคัน จึงไม่สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องจนบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ ซึ่งเท่ากับเราต้องแพ้ต่อใจตัวเองและแพ้ต่อคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการทำธุรกิจ เราจึงต้องมีความมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคและต้องไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง เพราะในการแข่งขันทุกอย่างนั้น “ชัยชนะ” ไม่มีทางที่จะได้จากความบังเอิญ แต่ล้วนต้องมาจากความพยายามและมุ่งมั่นเท่านั้น

ในการดูภาพยนตร์แต่ละเรื่อง เราต่างได้รับประโยชน์จากแง่คิดและคำพูดดี ๆ จากตัวละครในหนัง ขอเพียงนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน และมีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ตามที่เราตั้งใจไว้ เหมือนดังเหล่านักเตะชื่อดังจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล ทีมอื่นๆ ย่อมต้องมีแนวคิดบวกเพื่อส่งตัวเองมุ่งสู่จุดสูงสุดของกีฬาฟุตบอล จะทำให้คำคมนั้นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น และทำให้ได้รับประโยชน์จากการชมภาพยนตร์มากขึ้นอย่างแน่นอน

ตัวอย่างเหตุการณ์จากคำคมที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง

ตัวอย่างเหตุการณ์จากคำคมที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริง

บทความนี้เราขอเล่าเรื่องราวของจอห์นนี่ ซึ่งเป็นเรื่องแปลจากต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าการเขียนคำคมดี ๆ ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้จริง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านพร้อมกันเลย

จอห์นนี่ หรือ Johnny the baggerเป็นเด็กหนุ่มอเมริกัน อายุ 19 ปี ซึ่งเขามีโรคประจำตัว คือ เป็นดาวน์ซินโดรมตั้งแต่เกิด ทำให้มีพัฒนาการที่ช้ากว่าคนในวัยเดียวกัน ความสามารถในการรับรู้ คิด และทำมีจำกัด โดยอาชีพของเขานั้น ในแต่ละวันจะทำงานเป็นพนักงานใส่ของลงถุง และยื่นให้ลูกค้าที่มาซื้อของในห้าง ซึ่งในสายตาคนทั่วไป ถือว่าเป็นงานที่ง่ายและไม่ต้องใช้ความสามารถใด ๆ เลย และดูเป็นงานที่น่าเบื่อมาก ๆ ด้วย

แต่แล้วในวันหนึ่ง ชีวิตของจอห์นนี่ก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้ไปฟังการบรรยายของนักพูดหญิงที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง คือ Barbara Glance ที่ได้รับเชิญมาพูดในบริษัทที่เขาทำงานอยู่ จอห์นนี่ตั้งใจฟังอย่างมาก เขาคิดถึงสิ่งที่นักพูดสร้างแรงบันดาลใจกล่าวถึง ว่าจะสร้างคุณค่าของการทำงานในแต่ละวันให้เพิ่มความประทับใจแก่ลูกค้าได้อย่างไร การฟังการบรรยายครั้งนั้น ทำให้จอห์นนี่ได้จุดประกายความคิดแก่ตัวเอง ทั้งที่เขาเป็นดาวน์ซินโดรม แต่เขากลับได้แรงบันดาลใจที่ดีจากการพูดของเธอ และทำให้เขาตัดสินใจที่จะเขียนคำคมประจำวันในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อใส่ในถุงบรรจุของ ขณะยื่นให้กับลูกค้าแต่ละราย โดยจอห์นนี่ได้คิดคำคม พิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ สั่งพิมพ์ ตัดเป็นคำคมชิ้นเล็ก ๆ เซ็นชื่อให้แก่ลูกค้าแต่ละราย และไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณลูกค้าที่มาใช้บริการ

สิ่งที่จอห์นนี่ทำทุกวันดังกล่าว สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าอย่างยิ่ง หลังจากนั้น ไม่มีลูกค้าคนใดที่จะไม่อยากได้กระดาษคำคมจากจอห์นนี่เลย ทุกคนต่างยืนต่อคิวอย่างเรียบร้อย เพื่อรอรับกำลังใจดี ๆ จากจอห์นนี่ และนั่นก็ทำให้จอห์นนี่ก็มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ๆ ต่อไปด้วย ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพียงสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านค้าเท่านั้น ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่พนักงานคนอื่น ๆ ในการใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการให้บริการลูกค้ามากขึ้น มีการนำดอกไม้ที่ก้านดอกหักแล้ว มาติดเข็มกลัดเพื่อมอบให้แก่ลูกค้า สร้างรอยยิ้มและความประทับใจ แทนที่จะนำดอกไม้เหล่านั้นเททิ้งลงถังขยะไปเสียเฉย ๆ

เราหวังว่า บทความนี้จะทำให้ทุกท่านที่อ่านรู้สึกดีกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนด้วยคำคม สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำด้วยเจตนาดี ก็สามารถเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้มากกว่าที่เราคิด

คำคมกับชีวิตของ JK Rowling นักเขียนหนังสือ Harry Potter

คำคม คือ ประโยคที่ให้พลังซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคน โดยเฉพาะคำคมที่มาจากหนังสือ Harry Potter ซึ่งเป็นคำคมที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 4 คำคมกับชีวิตของ JK Rowling นักเขียนหนังสือนิยายเรื่องนี้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

4 คำคมกับชีวิตของ JK Rowling

คำคมที่ 1 การเกิดมาเป็นอะไรก็ไม่สำคัญกว่าการเติบโตเป็นอย่างไร

หากกล่าวถึงประวัติ JK Rowling เริ่มต้นด้วยวันเกิด คือ 31 กรกฎาคม 1965 ที่ประเทศอังกฤษ มีน้องสาวที่อายุห่างไม่มากนัก ซึ่งเธอจะช่วยแม่เลี้ยงน้องด้วยการแต่งนิยายแฟนตาซีให้ฟัง เมื่อหลังจากอายุ 17 ปี ชีวิตของเธอเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบาก เนื่องจากหมอได้ตรวจพบว่า แม่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดตีบ พอระยะเวลาผ่านไปไม่กี่ปี ขณะที่เธออายุ 25 แม่ของเธอก็เสียชีวิต และอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งเป็นช่วงอายุ 27 ปี เธอได้แต่งงานแล้วตั้งครรภ์ เมื่อครบกำหนดคลอด เธอคลอดได้ลูกสาว แต่ชีวิตหลังแต่งงานของเธอก็ไม่ได้สวยงามเนื่องจากเธอแยกทางกับสามี เป็น Single mom และตกงาน ใช้เงินสวัสดิการสังคมเลี้ยงชีวิต นอกจากนี้ยังเกิดภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรงอีกด้วย

คำคมที่ 2 ปัญญา คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์เกินกว่าที่จะวัดได้เป็นทรัพย์สมบัติ

เมื่อช่วงอายุ 30 ปี JK Rowling เกือบจะทนกับความทุกข์ใจหรือความลำบากไม่ไหว เธอคิดจะฆ่าตัวตาย แต่โชคดีที่เธอยังไม่ทำตามที่คิดไว้แต่เปลี่ยนเป็นการกระทำอะไรบางอย่างเพื่อปลดปล่อยความทุกข์ คือ การเขียนหนังสือ Harry Potter นั่นเอง

คำคมที่ 3 สิ่งที่สำคัญกว่าความขยัน คือ ความมั่นใจในตัวเอง

JK Rowling มีความมั่นใจในตัวเองที่นอกเหนือจากความขยันการเขียนหนังสือ กล่าวคือ เธอเขียนเรื่องราวของพ่อมดน้อยและได้ส่งต้นฉบับไปยังสำนักพิมพ์ แต่หลายสำนักพิมพ์ได้ปฏิเสธและตีกลับผลงานของเธอ โดยมีสำนักพิมพ์หนึ่งบอกกับเธอว่า นิยายแบบนี้ตกยุคไปแล้ว ถึงขายไปก็ขายไม่ได้หรอก อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ยอมแพ้ ในที่สุดก็มีสำนักพิมพ์ได้ตอบรับและยอมตีพิมพ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า ลูกน้อยของสำนักพิมพ์ได้อ่านต้นฉบับอย่างจริงจังและได้ขอพ่ออ่านเรื่องราว Harry Potter ตอนต่อไป

คำคมที่ 4 อย่าจมอยู่ในความฝัน แต่จงใช้ชีวิต

JK Rowling เป็นคนที่มีจินตนาการมาตั้งแต่เด็ก จึงได้เขียนนิยายที่เกี่ยวกับพ่อมดน้อยออกมาสู่โลกในชีวิตจริง สังเกตได้จากการถูกพิมพ์ขายไปแล้ว 500 ล้านเล่มทั่วโลก ไม่มีใครที่ไม่รู้จักนิยายนี้ กลายเป็น Book Series ที่มียอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายภาค สร้างรายได้ให้กับเธออย่างมหาศาล ทำให้การใช้ชีวิตของเธอที่เคยเป็นแม่หม้ายลูกติดและนักเขียนตกงานที่แทบไม่มีจะกิน วันนี้เธอได้กลายเป็นมหาเศรษฐีหรือเป็นนักเขียนพันล้านคนแรกของโลกไปแล้ว

4 คำคมกับชีวิตของ JK Rowling นักเขียนหนังสือ Harry Potter ดังกล่าวข้างต้น บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ทุกข์ยากลำบากของผู้หญิงคนหนึ่งแต่สามารถฝ่าฟันได้ ถือว่าเป็นหนึ่งกำลังใจให้กับคนที่อยู่ในภาวะลำบากในตอนนี้ ดังนั้น จะดีไม่น้อยเลย หากได้จดจำ 4 คำคมที่เราได้กล่าวไว้นี้ เพื่อเติมพลังในการใช้ชีวิตต่อไป

4 คำคมกับชีวิตของ JK Rowling

คำคมของคนดัง ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

สรกล อดุลยานนท์ คอลัมนิสต์และนักเขียนมีนามปากกาคือ หนุ่มเมืองจันท์-

มีหลายต่อหลายครั้งที่ชีวิตเราเจอกับปัญหา หลายครั้งที่เราไม่สามารถหันหน้าไปปรึกษาคนรอบตัวเราได้ ซึ่งช่วงเวลาที่เป็นมรสุมของชีวิตเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเราได้คือการได้รับกำลังใจ แต่กำลังใจจะรอจากคนรอบข้างแต่เพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่มีใครพร้อมที่จะให้กำลังใจเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นกำลังใจที่ดีที่สุดที่จะช่วยฉุดเราให้ขึ้นจากความอ่อนแอและหมดหวังในช่วงเวลานั้นได้นั่นคือกำลังใจจากตัวเราเอง เราสามารถสร้างกำลังใจให้กับตัวเราเองได้ด้วยการปลุกพลังใจและทำให้หัวใจของเราให้เข้มแข็งและแข็งแรงก่อน คำคมเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเตือนสติและสร้างกำลังใจให้ตัวเราเองได้เป็นอย่างดี มาดูคำคมคนดังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาของบางช่วงชีวิตเราได้

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ ของคนดัง

“ ไม่มีใครเดินได้ตั้งแต่เกิดหรอก ทุกสิ่งมันต้องมีการฝึกหัด “

สรกล อดุลยานนท์ คอลัมนิสต์และนักเขียนมีนามปากกาคือ หนุ่มเมืองจันท์

“การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวต่อไปเป็นเรื่องยากกว่า”

บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้บริหารทีวีช่องวันและผู้อำนวยการค่ายเอ็กแซ็กท์

“เกียรติภูมิที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เราไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่เราลุกขึ้นทุกครั้งที่เราล้มต่างหาก”

ขงจื้อ

“อย่ามัวแต่อายในสิ่งที่ทำผิดพลาดไป และจงเรียนรู้จากมัน”

ริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจชาวอังกฤษ เจ้าของสายการบิน Virgin Atlantic

“ปัญหายิ่งยากเท่าไหร่ รางวัลแห่งความสำเร็จยิ่งคุ้มค่าเท่านั้น”

โธมัส เพน นักปฏิวัติเสรีประชาธิปไตยชาวอังกฤษ

“ถ้าคุณยังไม่สามารถอธิบายสิ่งใดให้ผู้อื่นเข้าใจมันได้อย่างง่ายดาย แสดงว่าคุณไม่ได้เข้าใจมันดีพอ”

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

“สิ่งที่คุณเห็นคือความสำเร็จที่เป็นเพียง 1% ของชีวิตผม แต่สิ่งที่คุณไม่เคยเห็นคืออีก 99% ที่เป็นความล้มเหลวของผม”

โซอิชิโร ฮอนดะ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง ฮอนด้า

“คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

“อย่าออมด้วยเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ให้ใช้จ่ายด้วยเงินที่เหลือจากการออมแล้ว”

วาร์เรน บัฟเฟทท์ นักธุรกิจ

“อย่าให้ใครมาระบายสีให้กับชีวิตของเรา ชีวิตของเรา เราเลือกเองได้ อย่าให้ใครมาขีดเส้นหรือระบายสีเพื่อให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ”

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก

“ไม่ว่าคุณจะคิดว่าตัวเองเจ๋งแค่ไหน คุณก็ไม่เจ๋งพอที่จะเที่ยวไปดูถูกใคร”

พอล วอล์กเกอร์ นักแสดงฮอลลีวูด

“ไม่ว่าชีวิตจะลำบากยากเย็นขนาดไหน มันก็มีบางสิ่งที่เราสามารถทำและประสบความสำเร็จกับมันได้”

สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักเขียนและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

คำคมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ชีวิตของเหล่าคนดัง ในบางครั้งคำคมเหล่านี้สามารถที่จะช่วยเตือนสติ ให้เราได้มีกำลังใจและได้ลุกขึ้นมาแข็งแกร่ง พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีสติและมีกำลังใจที่มั่นคง

สตีเฟน ฮอว์กิ้ง

เสน่ห์ตัวอักษรบนคำคม ปลุกคุณค่าความเป็นคนอย่างน่าอัศจรรย์

เสน่ห์ตัวอักษรบนคำคม ปลุกคุณค่าความเป็นคนอย่างน่าอัศจรรย์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถทำให้เรื่องยาก ๆ ในชีวิตผันแปรเป็นเรื่องง่ายตามจินตนาการได้ โดยใช้เพียงตัวอักษรเป็นเครื่องมือ ใครจะเชื่อว่าตัวอักษรพยัญชนะในภาษาไทยเพียง 44 ตัว ที่ถูกนำมาร้อยเรียงจนกลายเป็นประโยคหรือคำพูดที่กระตุ้นความรู้สึกนึกคิด ถึงขั้นสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ หรือที่เรียกกันติดปากว่า คำคม นั่นเอง

ความหมายของคำคม

คำคม คือ ตัวอักษรที่แฝงไว้ซึ่งความหมายที่ลึกซึ้ง โดยถ่ายทอดความหมายนั้น ๆ ผ่านตัวอักษรจนเกิดเป็นประโยค กลายเป็นความคิดหรือช่วยปรับมุมมองของนักอ่านได้จนสามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตในที่สุด ซึ่งความสำเร็จของการตั้งคำคมขั้นสุดคือ การที่คำคมเหล่านั้นสามารถสร้างประโยชน์และพลังด้านบวกให้กับชีวิตผู้อ่านนั้นเอง

นักอ่านหลายคนอาจจะชอบอ่านคำคมที่คนเขียนกลั่นกรองตั้งขึ้นเพียงเพราะความไพเราะหรือความสอดคล้องกันทางด้านภาษา หรือชอบอ่านเพราะต้องการปลุกทัศนคติในตัวเอง หรือต้องการอ่านเพราะเพียงแค่ได้อ่าน แต่ไม่ว่าจะอ่านเพราะเหตุผลใดก็ตามแต่ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเกิดจากการหยิบตัวอักษรบนคำคมเหล่านั้นมาใช้ และนอกเสียแต่จะการจะมองหาข้อคิดจากคำคมต่าง ๆ แล้ว คำคมบางคำหรือบางประโยคบางประโยค ยังสามารถสะท้อนถึงสภาพสังคมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม วัฒนธรรม รวมถึงยังปลุกอารมณ์คนอื่นด้วยตัวอักษรที่ส่อเสียด ประชดชัน ปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า คำคมที่ใช้ตัวอักษรไม่กี่ตัวนั้น มีพลังอัศจรรย์มากเพียงใด ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และสิ่งที่นักเขียนต้องการสื่อสารออกมาเสียมากกว่าว่า คำคมที่สื่อออกมานั้นต้องการสะท้อน บ่งชี้ หรือบอกเล่าอย่างใด

ความหมายของคำคม

ที่สำคัญ นอกจากการให้ข้อคิดและสะท้อนสังคมแล้ว คำคมถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการปลุกเร้าแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คน จากคนที่กำลังจะหมดแรงในการใช้ชีวิต กลับมีพลังงาน มีแรงฮึดต่อสู้กับชีวิตต่อไป หรือคนที่กำลังจนมุมกับความคิด ยังไม่พบทางออกของปัญหา หากได้อ่านหรือสัมผัสกับความหมายของคำคมเหล่านั้น ก็สามารถพลิกมุมมองเห็นทางออกที่ดีได้ ก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายกรณี

คำคมของไทยเรามีให้เลือกนำไปใช้มากมาย สามารถช่วยสร้างคุณค่าให้กับชีวิตของคนจำนวนมากให้ได้แง่คิด มุมมองในการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เชื่อว่าทุกท่านน่าจะเคยได้นำคำคมไปใช้บ้างแล้วในชีวิต ที่สำคัญ ตัวท่านเองก็เป็นผู้สร้างคำคมได้เช่นกันหากมีประสบการณ์ชีวิตที่หล่อหลอมเป็นความคิดและตกผลึกมามากพอ เกิดเป็นคำคมที่กินใจ สำหรับให้คนอื่น ๆ ได้อ่านและใช้ประโยชน์ต่อไป

คำคม เทคนิคง่าย ๆ เพื่อปลอบประโลมใจในยามทุกข์

คำคม เทคนิคง่าย ๆ เพื่อปลอบประโลมใจในยามทุกข์

เคยไหม? ในยามที่ทุกข์ใจหนัก ๆ ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ไม่อยากพูดคุยกับใคร แต่เมื่อได้ยินคำพูดบางคำ อ่านเจอบางประโยค แม้เพียงถ้อยคำสั้น ๆ แต่ใจความคม ๆ โดน ๆ เหมือนเข้ามาช่วยปลดปล่อยความรู้สึกแย่ ๆ เหมือนเป็นข้อความหรือประโยคที่สร้างขึ้นเพื่อตัวของเรา

การทำหน้าที่ปลอบประโลมใจของ “คำคม”

ปลดล็อกปมปัญหาที่ค้างคาใจผู้คน มีการศึกษาพบว่าผู้ที่กำลังมีความเครียด ผิดหวัง หรือมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับผู้คน หากได้อ่านหนังสือที่มีคำคม จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายประหนึ่งว่าได้รับการบำบัดจากนักจิตวิทยาเลยทีเดียว

ช่วยปรับทัศนคติ หลังจากได้ช่วยปลดล็อกปัญหาคาใจผู้คนแล้ว คำคมที่ดี จะให้แง่คิดเชิงบวก เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนให้มองโลกในแง่ที่ดีขึ้น และสามารถเพิ่มพลังบวกในตัวเองไปเรื่อย ๆ

ช่วยให้เลือกทางเดินที่ถูกต้อง บางครั้งคำคมไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง แต่ภาษาสวย ๆ ความหมายกินใจ ก็ช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น มองในมุมของคนที่กำลังทุกข์หรือเกิดปัญหา ทำให้เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เมื่อเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันกับตัวเอง ก็จะสามารถเลือกทางแก้ไขได้ถูกต้อง

ช่วยให้เข้าใจโลกมากขึ้น คำคมหลายประโยค บอกเล่าเรื่องราวความเป็นจริง ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ กลายเป็นการสร้างมุมมองที่ดีให้เกิดขึ้น ทำให้เข้าใจโลก เข้าใจความจริงได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ความทุกข์ความกังวลลดลงไปด้วย เช่น คำคมจาก อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า “ฉันเดินช้า แต่ฉันไม่เคยเดินถอยหลัง” ช่วยให้มองเห็นมุมในเรื่องการพัฒนาตัวเองที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่โดดเด่นเหมือนกับคนอื่น ๆ ก็ตาม หรือ คำคมจาก ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ที่กล่าวไว้ว่า “คนที่ไม่เคยทำผิด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ” จะช่วยทำให้เข้าใจความจริงในเรื่องความผิดพลาดที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดการทำงาน คำคมนี้สามารถช่วยลดการโทษตัวเองหรือคนอื่น และทำให้ไม่กลัวที่จะทำในสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น

คำคมที่กินใจมาก ๆ จะมียอดไลค์สูง ถูกแชร์อย่างถล่มทลาย หลายคนเลือกที่จะนำคำคมหลากหลายภาษามาใส่ภาพสวย ๆ ประกอบ ก่อนเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงส่งผ่านกำลังใจหรือมุมคิดดี ๆ ไปสู่ผู้คนเท่านั้น หากแต่ยังได้เลือกหยิบความสวยงามของภาษาต่าง ๆ มาใช้อย่างถูกจังหวะ ซึ่งจะช่วยพัฒนาการใช้ภาษาได้โดยไม่รู้ตัว ทักษะในการเลือกใช้ภาษาอย่างสวยงามแบบนี้เองที่พัฒนานักเขียนมาแล้วมากมาย

คำคม จึงเป็นเสมือนตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้มีปัญหาทั้งด้านจิตใจ ความคิด และอารมณ์ เป็นเครื่องมือเยียวยาผู้คนที่ทุกข์หรือผิดหวังมาก ๆ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแย่ ๆ ไปได้ด้วยความงดงามของตัวอักษรที่ร้อยเรียงเป็น คำคมที่กินใจ

การทำหน้าที่ปลอบประโลมใจของ คำคม

ข้อดีของการอ่านหนังสือคำคม ช่วยอะไรได้บ้าง

ข้อดีของการอ่านหนังสือคำคม ช่วยอะไรได้บ้าง

การอ่านหนังสือถือว่าเป็นช่องทางในการเสริมสร้างจินตนาการและทำให้ได้รับความรู้ไปควบคู่กัน โดยเฉพาะการอ่าน หนังสือคำคม ซึ่งเราได้รวบรวมประโยชน์จากการที่คุณจะได้รับ เมื่อคุณอ่านหนังสือคำคมมาฝากกันดังนี้

ประโยชน์จากการอ่านหนังสือคำคม

ได้กำลังใจ

คำคมที่เกี่ยวกับศาสนาหรือเขียนตามหลักจิตวิทยา ทั้งนักเขียนคนไทยและชาวต่างชาติ จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณมองโลกในแง่ดีขึ้น ลดความทุกข์ใจ ความวิตกกังวล ช่วยแก้ไขปัญหาโรคเครียดและโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีการวิจัยพบว่าการอ่านหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจแนวคำคม สามารถลดความรุนแรงของโรคที่เกิดจากปัญหาด้านจิตใจและส่งเสริมให้มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

ทั้งนี้ คุณจะต้องเลือกอ่านหนังสือที่ผู้แต่งนั้นเขียนได้ตรงกับช่วงภาวะความรู้สึกคุณมากที่สุด จะทำให้คุณสามารถเข้าใจ และนับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

ทำให้ได้ฝึกภาษา

การอ่านหนังสือคำคมจำนวนมากเป็นประจำ โดยเฉพาะที่เป็นภาษาต่างประเทศจะทำให้คุณเข้าใจความหมายได้ลึกซึ้งมากกว่าการแปลเป็นภาษาไทย ที่ผ่านการแปลโดยนักแปลภาษา ดังนั้นถ้าคุณชอบที่จะอ่านหนังสือแนวคำคมด้วยภาษาต่างประเทศก็จะได้รับการฝึกภาษาไปในตัว ไม่ว่าจะเป็นภาษาเยอรมัน ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ หรือภาษาฝรั่งเศส จะทำให้คุณสามารถต่อยอดความสามารถทางด้านภาษาในการทำงานที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้นมาก

ได้แนวคิดในการทำคลิป YouTube

คนที่อ่านหนังสือคำคมแล้วมีจินตนาการ ในการทำเป็นการ์ตูนหรือคลิปวีดีโอ เพื่อที่จะเสริมสร้างแรงจูงใจที่ดีในการใช้ชีวิตให้กับบุคคลอื่น ก็จะนำสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือคำคมนั้น มาทำคลิปเพื่ออัปโหลดลงในช่อง YouTube กระจายให้คนได้เห็นในวงกว้าง นับว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยส่วนรวมได้ และยังเป็นช่องทางที่ดีในการหารายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไปด้วย

เป็นแรงจูงใจในการเป็นนักเขียนออนไลน์

นักเขียนหลายคนมีจุดเริ่มต้นมาจากการอ่านหนังสือแนวคำคมให้กำลังใจ ซึ่งเมื่อได้อ่านบ่อย ๆ ก็จะทำให้มีความสามารถในการประมวลความคิดและสามารถฝึกฝนทักษะในการเขียนบทความออนไลน์แนวให้กำลังใจเป็นแนวภาษาของตัวเองได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันนักเขียนสามารถหารายได้ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างเขียนบทความให้แก่หน่วยงานธุรกิจ หรือแม้แต่เว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วไป

จะเห็นได้ว่า การอ่านหนังสือคำคม เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเป็นการใช้เวลาว่างของคุณให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้มองเห็นประโยชน์ของอ่านหนังสือคำคมและนำไปปรับใช้กับด้านอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป

ประโยชน์จากการอ่านหนังสือคำคม

คำคม ปลุกความเป็นนักสู้ในตัวคุณ

คำคม ปลุกความเป็นนักสู้ในตัวคุณ

ในวันที่พบเจอกับปัญหามากมายจนขาดกำลังใจไม่อยากจะสู้ต่อ แต่แล้วก็กลับมาคิดได้ว่าชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป จะท้อถอยตลอดไปไม่ได้ มาสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจให้มากขึ้นด้วยข้อความดี ๆ กันดีกว่า เราจึงขอนำเสนอ 5 คำคม ปลุกความเป็นนักสู้ในตัวคุณ มาดูกันว่าจะมีข้อความไหนที่ช่วยสร้างให้หัวใจแข็งแรงกันได้บ้าง

5 คำคม ช่วยสร้างกำลังใจ

ไม่มีความสำเร็จใด ที่ได้มาโดยไม่พยายาม แต่ละสถานการณ์ในชีวิตของทุกคนก็ต้องผ่านการใช้ความพยายามด้วยกันทั้งนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ยิ่งต้องพยายามมากเท่าไร เมื่อผลงานปรากฏให้เห็นออกมาก็ยิ่งคุ้มค่าและสร้างความภูมิใจในตัวเองมากเท่านั้น หากวันนี้เรายังไม่ประสบผลสำเร็จ ก็ไม่เป็นไร ลุกขึ้นสู้ครั้งใหม่ด้วยความพยายามที่มากกว่าเดิม สักวันต้องได้ผลลัพธ์เป็นที่พอใจแน่นอน

ความผิดพลาดกับมนุษย์เป็นของคู่กัน เมื่อเกิดความผิดพลาด หลายคนมักจะรู้สึกผิดจนไม่ให้อภัยตัวเอง ซึ่งการรู้สึกผิดก็เป็นเรื่องที่ดีเมื่อเราเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดนั้น เพราะจะช่วยไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก แต่ก็ไม่ควรโทษตัวเองนานเกินไป ควรคิดว่ามนุษย์ทุกคนสามารถทำผิดได้ และควรยอมรับพร้อมทั้งหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในภายหลัง

ความหวังเปรียบได้ดังแสงอาทิตย์ ความหวังเปรียบได้ดังแสงอาทิตย์ที่มีมาแล้วก็มีไป แต่อย่างไรก็ต้องมี เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกชีวิตบนโลกมนุษย์ดำเนินไปได้อย่างปกติ ความหวังก็เช่นกันวันนี้อาจจะยังไม่สมหวังแต่สักวันก็ต้องเป็นวันของเราแน่นอน ซึ่งการตั้งความหวังก็จะช่วยให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ให้ผ่านไปได้ เหมือนแสงอาทิตย์ที่มีความสำคัญต่อโลก

ชีวิตที่ประสบผลสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจุดสูงสุดเสมอไป การประสบผลสำเร็จในชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ ซึ่งมาตรฐานความสำเร็จของแต่ละคนมีเกณฑ์ไม่เท่ากัน ดังนั้นหากวันนี้เราไม่ได้ยืนในจูดที่สูงเด่นเหนือกว่าใคร แต่ถ้าเรามีความสุขในแบบของตัวเองก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว

ถ้าไม่กล้าก้าวข้ามอุปสรรคในวันนี้ ก็ไม่มีทางรู้เลยว่าหนทางข้างหน้าจะสวยงามแค่ไหน หลายครั้งที่เราต้องเจอกับอุปสรรคมากมายที่คอยขวางทางอยู่ ถ้าเราท้อถอยก็จะไม่ได้เห็นหนทางที่สวยงามข้างหน้าแน่นอน แต่ถ้าเราเปลี่ยนแนวคิดให้อุปสรรคที่ต้องเจอเป็นความท้าทายที่รอการเอาชนะ เราก็จะมีไฟของความเป็นนักสู้มาพิชิตอุปสรรคทั้งหลายได้แน่นอน

หลาย ๆ การกระทำของเราที่แสดงออกไปนั้น มีจิตใจเป็นตัวควบคุม ดังนั้นสร้างหัวใจให้มีสุขภาพจิตที่ดี ฝึกมองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีกี่ปัญหาเข้ามา เราก็จะสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย

5 คำคม ช่วยสร้างกำลังใจ