คำคมสำหรับการทำธุรกิจปี 2019

คำคมสำหรับการทำธุรกิจปี 2019

การทำธุรกิจในปี 2019 เป็นช่วงแห่งการแข่งขัน ที่ต้องมีสติและความอดทนอย่างมาก เนื่องจากเราอยู่ในภาวะที่เทคโนโลยีเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีบทบาทต่อทุกวงการอาชีพ การทำธุรกิจยุคใหม่จึงต้องปรับตัวสูง

คำคมสำหรับการทำธุรกิจ

ในวันนี้ เราจึงรวบรวมคำคมที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการเตือนสติและช่วยให้เห็นลู่ทางในการดำเนินธุรกิจจนได้ผลลัพธ์ที่งดงามตามเป้าหมาย ดังนี้

1. Patricia Fripp กล่าวไว้ว่า หากอยากให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว เมื่อไม่สามารถปิดการขายได้ ให้สนใจที่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแทน ซึ่งในปี 2019 เราเห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าน่าจะมาก่อนการสร้างยอดขายเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันจะตัดสินใจเลือกที่การใส่ใจและการบริการลูกค้า จึงไม่ควรผลักดันการขายจนเกินไป

2. Jill Rowley กล่าวว่า การขายหรืองาน sales เป็นสิ่งที่ต้องมาควบคู่กับการทำการตลาดหรือ marketing และคนในองค์กรต้องรู้เรื่องของแผนกอื่น ๆ บ้าง เพื่อการทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรียกได้ว่า เป็นคำคมที่ทันสมัยและมองการณ์ไกล เนื่องจากองค์กรใด ๆ จะเติบโตไม่ได้เลย หากสมาชิกหรือคนทำงานไม่เห็นภาพรวมหรือไม่รู้สึกเป็นส่วนร่วมของบริษัท

ทั้งยังสามารถประยุกต์กับการทำงานของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้รับงานแบบอิสระด้วย ว่าควรมีความรู้ความสามารถที่หลากหลายและมองภาพรวมของตลาดให้ออก เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น

3. Marcus Sheridan กล่าวว่า ธุรกิจในทศวรรษนี้จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เพื่อเป็นดั่งกุญแจสู่ทุกอย่าง เป็นอีกหนึ่งวลีที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์กว้างไกลเหมาะกับการตลาดยุค 2019 ที่จำเป็นต้องทำเว็บไซต์ที่มีคุณภาพตามระบบ search engine เพื่อให้สามารถถูกสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ จากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และเพิ่มโอกาสในการขายไปพร้อมกัน

4. Craig Davis กล่าวไว้ว่า ควรหยุดแทรกแซงความคิดของผู้ที่กำลังสนใจเรื่องหนึ่ง ๆ และควรทำตัวเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนเหล่านั้นสนใจเสียเอง เป็นคำคมที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองว่าสามารถพัฒนาองค์กรในจุดอ่อนจุดใดได้บ้าง ต้องตีโจทย์ลูกค้าให้แตกร่วมกับสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อยอดขายที่จะตามมา

หากคุณค้นหาจุดอ่อนและเสริมในจุดแข็งจนชัดเจน และนำเสนอให้ตรงใจลูกค้าอย่างชัดเจนที่สุดได้ ย่อมประสบความสำเร็จในปี 2019 อย่างแน่นอน

คำคมสำหรับทำธุรกิจปี 2019

จะเห็นได้ว่า คำคมที่เรายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น ล้วนสามารถปรับใช้กับทุกประเภทธุรกิจในปี 2019 ทั้งส่วนของการพัฒนาศักยภาพของบุคคลและการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้แบรนด์ขององค์กรชัดเจนและสามารถเติบโตสร้างยอดขายที่น่าพึงพอใจได้ในระยะยาว

คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีน

คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีน

คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีน

การอ่านหนังสือเกี่ยวกับบทความสั้นหรือคำคมที่ให้ข้อคิด เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยเตือนสติ คลายเครียด และชี้ช่องทางแก้ไขปัญหาให้ใคร ๆ หลายคนได้ ซึ่งในวันนี้ขอยกคำคมฉบับโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีนมาเสนอกัน ดังนี้

คำคมจากโกวเล้ง

โกวเล้งเป็นบุคคลที่มีตัวตนในช่วงปี 2480 – 2528 เป็นปราชญ์นักเขียนที่มีชื่อเสียงจากนิยายแนวกำลังภายในซึ่งมีฝีมือในการใช้สำนวนที่คมคายมาก เช่น “สิ่งที่ฆ่าคนด้วยกันได้อย่างรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธทั้งหลายก็คือคน” นับว่าเป็นคำคมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความดุเดือดในสงครามทางการค้าระหว่างชาติอเมริกากับจีน

ที่แม้ทั้งสองชาติจะไม่ได้เชือดเฉือนกันด้วยระเบิดนิวเคลียร์หรือปืน ฯลฯ แต่ด้วยการออกมาตรการทางการฑูต การภาษีและการกดดันด้านค่าเงิน ก็สร้างความเสียหายระหว่างกันอย่างประเมินมูลค่าไม่ได้ ทั้งยังกระทบต่อชาติอื่น ๆ ในระบบ Global network อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำคมจากขงจื้อ

ขงจื้อเป็นนักปราชญ์ที่เกิดก่อนปีคริสต์ศักราช ราว 500 ปี เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิด และวัฒนธรรมของชาวจีนและชนชาติเอเชียเป็นอย่างมาก โดยมักมีการกล่าวถึงคำคมของขงจื้อในแง่ที่เป็นการเชิดชูคุณธรรมเพื่อการปรองดองสังคม เช่น

“ควรตำหนิติเตียนตัวเองให้มากกว่าการตำหนิผู้อื่น” (เพื่อการมองให้เห็นจุดอ่อนและข้อบกพร่อง และทำการแก้ไขก่อนที่จะมุ่งเพ่งโทษผู้อื่น ) “คนที่ไม่ทำอะไรเอาแต่บริโภคไปวัน ๆ ไม่มีทางก้าวหน้า” (เป็นการเตือนสติอย่ามัวขี้เกียจ หรือเพลิดเพลินกับความสุขสบายโดยไม่ได้ใช้กำลังสติปัญญาสร้างงานสร้างคุณค่าให้ชีวิต) เป็นต้น

คำคมจากนักปราชญ์จีน

คำคมจากเล่าจื้อ

เล่าจื้อเป็นปราชญ์ในลัทธิเต๋าซึ่งมีความชำนาญด้านประวัติศาสตร์และศาสตร์แห่งดวงดาว เกิดในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช นับว่าเป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งในตำนานกวีเอกชาวจีน ตัวอย่างคำคมของเล่าจื้อ ได้แก่

“ผู้ที่ชนะผู้อื่นได้ เรียกได้ว่ามีความแข็งแรง แต่ผู้ที่เอาชนะใจตัวเองได้นั้น เรียกได้ว่า เป็นผู้ชนะที่เหนือกว่า” เป็นคำคมที่เสริมสร้างความปรองดอง ทำให้ลดการเกิดข้อขัดแย้งระหว่างบุคคลที่มุ่งเอาชนะกัน ให้หันกลับมาเอาชนะอารมณ์และความปรารถนาของตัวเองแทน

คำคมจากซุนวู

ซุนวูเป็นปราชญ์นักการทหารในยุค 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นผู้เขียนตำราการศึก และเป็นเจ้าของคำคมที่โด่งดังยาวนานถึงปัจจุบัน ที่ว่า “รู้เขารู้เรา ระบบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งสามารถประยุกต์ได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอบ การทำธุรกิจการตลาด การค้าขายออนไลน์ ฯลฯ

จะเห็นได้ว่า คำคมโล้สำเภาจากนักปราชญ์จีนที่มีตัวตนจริงในอดีตที่ยกมาเป็น ตัวอย่างในวันนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านในการปรับใช้กับการเรียน การทำงาน การรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เพื่อความสุขของตัวเองและสันติภาพในสังคมโดยรวม

6 แนวคิด feel good จากคำคมหนังไทย

6 แนวคิด feel good จากคำคมหนังไทย

6 แนวคิด feel good จากคำคมหนังไทย

หลายครั้งหลายคราที่คนเราจะรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่ายและสิ้นหวัง เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับคนรัก เพื่อนสนิท หรือ การต้องเจออุปสรรคในชีวิตและการทำงาน ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจะได้ความรู้สึกดี ๆ ทดแทนจากการได้ชมหนังดี ๆ สักเรื่องที่มีคำคมสั้น ๆ แม้ท่อนวลีเดียวก็กินใจและทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เสริมสร้างพลังใจ เพื่อการก้าวเดินต่ออีกครั้ง

แนวคิดจาก 6 คำคมหนังไทยที่เรายกมาที่นี่

1. คำคมจากเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ที่พระ-นางคุยกัน ตอนที่ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้นทำให้ได้แนวคิดเกี่ยวกับความรักว่าคนที่รักหรือเป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน หรืออยู่ในสายตากันตลอด ขอเพียงได้รู้ว่ามีคนรักเราก็พอแล้ว เป็นคำคมที่ให้กำลังใจกับคู่รักที่ต้องอยู่ห่างไกลกันได้อย่างอบอุ่น

2. คำคมจากเรื่อง “เพื่อนสนิท” เป็นการให้แนวคิดว่าควรให้ความสำคัญของสิ่งใดมากกว่ากัน ระหว่างผลลัพธ์ว่าปลายทางผู้รับจะอ่านจดหมายของผู้ส่งไหม กับ ความรู้สึกทางใจว่าผู้รับจะรู้สึกถึงผู้ส่งอย่างไรต่างหาก

3. คำคมจากเรื่อง “หมานคร” ที่กล่าวถึงความสำคัญของเวลา ว่าการอยู่ในที่ที่มีแสงสีเทคโนโลยีหรือกิจกรรมมากมาย ย่อมให้ความรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและความเป็นธรรมดา ใครสบายใจกับการอยู่แบบไหน ต้องถามใจตัวเองดู

4. คำคมจากเรื่อง “ลัดดาแลนด์” เป็นคำสั้น ๆ ที่สื่อได้ว่าเมื่อเรายืนอยู่ที่ “สุดทางตัน” การ “สู้” เท่านั้นจึงจะรอด เป็นการสร้างความฮึกเหิมให้กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา หรือ “ดับเครื่องชน” ด้วยคำเพียง 3 คำ

5. คำคมจากเรื่อง “แฟนฉัน” เป็นการย้อนความทรงจำถึงเรื่องราวในวันวานที่มีทั้งสุขทุกข์ เสียงหัวเราะ ร้องไห้ ที่ไม่ได้จากหายไปจากความทรงจำ มันแค่ถูกวางไว้ในจุดที่เราไม่ได้นึกถึง แต่เมื่อวันหนึ่งเรานึกถึงมัน สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้เรายิ้มได้ ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ก็นับว่าเป็นคุณค่าและสิ่งที่ดีที่สุด ณ ช่วงโมเมนต์นั้น

6. คำคมจากเรื่อง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” เป็นคำคมที่เตือนใจตัวเองได้ว่า ไม่มีใครจะฝืนธรรมชาติของชีวิตได้ การลืมใครบางคนก็เช่นกัน วันหนึ่งสมองของเราก็จะชราลง ความจำก็จะเลือนจางไป คำว่าไม่ลืมหรือคำสัญญาใด ๆ จึงต้องยอมรับว่าจะเลือนจางไปเช่นกัน

หวังว่า 6 แนวคิดที่ได้จากคำคมของหนังไทยที่ยกมา จะช่วยให้ใครหลาย ๆ คนเกิดกำลังใจลุกขึ้นเดินหน้า “GO ON” กับชีวิตอีกครั้ง

แนวคิดจาก 6 คำคมหนังไทยที่เรายกมาที่นี่

อย่าละทิ้งความฝัน คำคมปลุกกำลังใจไม่ให้ยอมแพ้

อย่าละทิ้งความฝัน คำคมปลุกกำลังใจไม่ให้ยอมแพ้

อย่าละทิ้งความฝัน คำคมปลุกกำลังใจไม่ให้ยอมแพ้

จำได้ไหมว่าตอนเด็กเคยฝันอยากเป็นอะไรเมื่อโตขึ้น คนดับเพลิง , ทหาร , นักบัลเล่ต์ หลายคนยังฝันถึงวัยเด็กอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่คิดว่าไม่สำคัญแล้ว สิ่งจำเป็นที่สุดคือการทำงานเลี้ยงชีพและภาระในชีวิตประจำวันนั่นเองที่ดับความฝันของคุณ ความจริงแล้วการไล่ตามความฝันมีประโยชน์มาก มาดูเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรล้มเลิกและหยุดหวังไปเสียก่อน

ทำไมคุณถึงไม่ควรหยุดหวัง

1.ความล้มเหลว เป็นประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

คนส่วนใหญ่ไม่ติดตามความฝันของตัวเองเพราะกลัวความล้มเหลว ไม่รู้ว่าความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนที่ดี สอนให้คนเราเรียนรู้และเติบโต คนอเมริกันที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จหลายคนผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่หวังไว้ในชีวิต อดีตประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น ล้มเหลวทั้งในบทบาทนักธุรกิจ นักกฎหมาย หรือแม้แต่การเป็นนักการเมืองในช่วงแรกๆ เขาพยายามผลักดันตัวเองจนกลายเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในที่สุด โทมัส เอดิสัน ถูกครูเรียกว่าเด็กโง่ เขาทดลองล้มเหลวมานับ 1000 ครั้ง กว่าจะคิดค้นหลอดไฟได้สำเร็จ แม้แต่นักบาสระดับตำนาน ไมเคิล จอร์แดน เคยถูกไล่ออกจากทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยมปลาย ชีวิตล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือเหตุผลที่เขาประสบความสำเร็จในที่สุด ถ้าเราเรียนรู้อะไรดีๆ จากคนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ ก็คงไม่ต้องละทิ้งความฝันเพราะกลัวความล้มเหลวอย่างแน่นอน

2.ความอดทน

ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นทำให้คนเรามีความอดทน ทุกคนเรียนรู้ได้บทเรียนดีๆ จากความยากลำบาก ถ้าคุณไม่ล้มลง คุณจะไม่เรียนรู้วิธีการลุกและระวังที่จะไม่ล้มลงอีก ทุกครั้งที่เราเลือกที่จะลุกขึ้นยืน เราจะแข็งแกร่งขึ้นและมีแรงฮึดที่จะก้าวเดินต่อไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุดของเรา

3.ลองผิดลองถูกดีกว่าไม่ทำอะไร

คุณเคยเสียใจที่ได้ลองทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตหรือไม่ บางทีผลลัพธ์ออกมาไม่ดี รู้สึกผิดหวัง แต่อย่างน้อยก็ได้ความกระจ่าง ดีกว่าสงสัยอยู่อย่างนั้นตลอดไป ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณบอกรักใครสักคนแล้วถูกปฏิเสธ อย่างน้อยก็รู้ว่าพรุ่งนี้จะไปต่ออย่างไร คุณหลีกเลี่ยงความรู้สึกเสียใจไม่ได้ ในชีวิตคนเรามีทั้งเรื่องสมหวังและผิดหวัง ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องคาดหวังมากเกินไป เพียงแต่เริ่มต้นเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทีละเล็กทีละน้อยจะสร้างเส้นทางสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

ทำไมคุณถึงไม่ควรหยุดหวัง

4.ชื่นชมความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ

ถ้าคุณตั้งความฝันไว้สูง การก้าวไปสู่ความสำเร็จตลอดเส้นทางจะพบกับความสมหวังเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นชัยชนะที่ควรยินดีและให้มันเป็นแรงผลักดันไปสู่เป้าหมายต่อไปเพื่อทำให้ความฝันสำเร็จเร็วขึ้น อย่ามัวแต่จดจ่ออยู่กับความฝันของเราจนลืมชื่นชมประสบการณ์ที่มีค่า เพื่อนและมิตรภาพ ที่ปรึกษาที่ดี ทำให้การแสวงหานั้นคุ้มค่ายิ่งขึ้น

บ่อยครั้งที่เรายอมแพ้เร็วเกินไปเพียงเพราะเราไม่สามารถมองเห็นอนาคต จงมุ่งมั่นทำความฝันต่อไปและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบุตรหลาน แสดงให้คนรุ่นอนาคตได้เห็นถึงความหมายของการไล่ตามความฝัน มีความพยายามและอดทนเพื่อที่จะทำให้สิ่งที่ฝันไว้กลายเป็นความจริง

คำคมจาก คาร์ล มากซ์ (Karl Marx)

คำคมจาก คาร์ล มากซ์ (Karl Marx)

คำคมจาก คาร์ล มากซ์ (Karl Marx)

คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) เป็นนักปรัชญาชาวเยอรมัน รวมทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์และทฤษฎีการเมืองอีกด้วย

1. ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตัวเองเสมอ โดยครั้งแรกเป็นโศกนาฏกรรม แต่ครั้งที่สองมันเป็นเรื่องตลก

2. การผลิตสิ่งที่มีประโยชน์มากเกินไป ส่งผลให้เกิดคนไร้ประโยชน์มากเกินไป

3. ความก้าวหน้าทางสังคมสามารถวัดได้จากตำแหน่งทางสังคมของเพศหญิง

4. ความหมายของสันติภาพ คือการขาดความขัดแย้งกับลัทธิสังคมนิยม

5. เหตุผลมีอยู่เสมอ แต่ไม่เสมอไปที่จะอยู่ในรูปแบบที่สมเหตุสมผล

6. ศาสนาถือเป็นฝิ่นของมวลชน

7. ประเทศที่มีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของอนาคตของตัวเองที่พัฒนาน้อยลง

8. ทฤษฎีคอมมิวนิสต์อาจสรุปได้ด้วยประโยคเดียว คือ ยกเลิกทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด

9. ล้อมรอบตัวคุณด้วยคนที่ทำให้คุณมีความสุข คนที่ทำให้คุณหัวเราะ คำคม เป็นผู้ช่วยคุณเมื่อคุณต้องการ ผู้ที่ใส่ใจอย่างจริงจัง พวกเขาเป็นคนที่คุ้มค่าในชีวิตของคุณ ในขณะที่คนอื่นๆ แค่คนผ่านไปผ่านมา

10. เดินไปตามเส้นทางของคุณเอง ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง